Wednesday, September 23, 2026

Jordan

 

11 กันยายน Petra - Wadi Rum
 
    ตื่นมาตั้งแต่มืดเพื่ออาบน้ำแต่งตัวและจัดข้าวของเพื่อจะให้ทันรถบัสที่จองไว้ไปWadi Rum แค้มป์ของชาวเบดูอินกลางทะเลทรายตอนหกโมงเช้า จากแผนที่วางไว้ว่าจะนอนที่Petraสามคืนตั้งแต่วันที่9-12ลดย่อเหลือแค่สองคืน อยากจะเก็บหนึ่งคืนไว้อีกที่หนึ่ง หอบเป้มานั่งรอรถที่ให้ทางที่พักจองไว้ตั้งแต่คืนแรกรอจนถึงหกโมงครึ่งก็ยังไม่มีวี่แววจะมา ก็เลยไปถามพนักงานที่พัก เธอทำหน้าเครียดแล้วรีบโทรศัพท์ตามให้หลายๆรอบก็ไม่มีคนรับสาย รอไปโทรไปจนถึงเจ็ดโมงก็รู้ว่าคงหมดหวังแล้ว ถามพนักงานว่าต้องทำอย่างไรต่อก็คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะพูดคนละภาษาก็เลยตัดสินใจแบกเป้ออกมายืนข้างนอก นึกขึ้นมาได้ว่าคืนก่อนตอนนั่งทับแว่นหักแล้วเดินออกไปซื้อแว่นใหม่พบกับหนุ่มจอร์แดนคนหนึ่งคุยกันถูกคอก็เลยแลกคอนแทคกันไว้ เขาบอกว่ามีปัญหาอะไรก็ทักมาปรึกษาได้ก็เลยทักไปเล่าว่าเกิดอะไรขึ้น แต้มบุญสูงหนุ่มรีบขับรถมาหารับไปตั้งหลักที่จัดชมวิวบนเขา คุยสักพักใหญ่ได้ข้อสรุปว่าคงต้องนั่งแทกซี่ราคา 25JODไปWadirumแต่คงไม่ทันทัวร์4x4ที่จองไว้รอบเช้าเพราะจากPetraไป Wadirumใช้เวลาขับรถสองชั่วโมง ส่งข้อความไปหาแค้มป์เบดูอินที่Wadi Rum ว่าขอเลื่อนทัวร์ไปเป็นช่วงบ่ายได้ไหม Wadi Rum Sky Tourเจ้าของแค้มป์เบดูอินตอบกลับมาว่าไม่มีปัญหาก็รู้สึกโล่งใจ หนุ่มจอร์แดนเพื่อนใหม่ปลอบใจพาไปกินกาแฟในหมู่บ้านและตบท้ายด้วยการชวนไปเที่ยวบ้าน ไม่ได้คิดอะไรเยอะกับอายุ53และมีหนุ่มชวนไปเที่ยวบ้านตกลงไป อย่างน้อยก็ไม่เสียเวลานั่งรอรถเปล่าๆ ก่อนจะไปก็คุยกันให้เคลียร์ว่าไปทำไม มีจุดประสงค์อะไร ดูเข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่ายก็ไป มิตรภาพหายากและเก็บรักษายากกว่าสถาณะอื่นใด เป็นนักเดินทางไม่ใช่นักเก็บแต้ม บ้านในจอร์แดนสร้างด้วยหินก้อนหนาใหญ่ป้องกันความร้อนได้ดี ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัวดูน่ารักกระทัดรัด มีพื้นที่ด้านนอกและระเบียงทำเป็นที่โล่งๆกว้างๆปูพรมวางหมอนอิงไว้นั่งชิวสูบบุหรี่ บารากู่ และจิบชา นั่งคุยกันไปเรื่อยๆจนถึงสิบโมงครึ่งแท็กซี่ก็มารับ บอกลาเพื่อนใหม่ชาวPetraถ้ามีโอกาสมาเมืองไทยให้ทักหากันจะได้ตอบแทนน้ำใจ
    เกือบสองชั่วโมงในรถแท็กซี่กับคนขับที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เขาก็พามาส่งที่สถานีรถไฟ ดูในแผนที่ก็อยู่ห่างจากจุดนัดพบกับทางเบดูอินแค้มป์อยู่เกือบสิบกิโลเมตร ทักท้วงไปก็คุยไม่รู้เรื่องก็เลยตัดสินใจลงรถมายืนเคว้งอยูริมถนน แดดตอนเที่ยงกว่าๆร้อนจนเห็นแสงระบิบระยับก็เลยเข้าไปหลบแดดในคาเฟ่ร้างริมทาง คิดในใจจะเอายังไงต่อ จะโบกรถก็คงยากเพราะไม่ค่อยมีรถผ่าน สุดลูกหูลูกตามีแต่ทะเลทราย คาเฟ่ร้าง และสถานีรถไฟเก่าๆ ดูโทรทัศน์ยังพอมีสัญญาณอยู่ก็เลยส่งข้อความไปหาแค้มป์เบดูอิน บอกเขาว่าเกิดอะไรขึ้น เขาใจดีมากให้รออยู่ที่เดิมแล้วจะออกมารับ รอสักพักก็เห็นรถ4x4สีขาวใส่คอกหลังขับผ่านเปลวแดดมา ทำความรู้จักกันตามธรรมเนียมเรียบร้อยแล้วว่าชื่อสุไลมาน เขาบอกว่าต้องการไปแจ้งความที่สถานีตำรวจไหมที่แท็กซี่ไม่ไปส่งถึงจุดหมาย สามารถร้องเรียนและให้ตำรวจยึดใบอนุญาตแท็กซี่ได้ โห… เป็นเรื่องเลยนะเนี่ย ตอนแรกก็แอบหัวเสียเรื่องแท็กซี่แต่ก็ไม่อยากทำให้เป็นเรื่องเป็นราวก็เลยปล่อยผ่าน บอกขอโทษสุไลมานที่ต้องเสียเวลามารับถึงข้างนอกเขตรับส่ง เขาใจดีมากบอกว่าเต็มใจบริการ
สุไลมานขับรถพาเข้ามาในหมู่บ้านที่เป็นสำนักงานขายที่พักและทัวร์ของเขา ในทะเลทรายWadi Rum มีแค้มป์เบดูอินประมาณห้าสิบที่ อยู่กระจายกันไปตามขอบภูเขาหิน มีทั้งแบบเป็นกระโจม เต็นท์ และโดม ดูแลโดยชาวเบดูอินทั้งหมด หลังจากออกจากสำนักงานในหมู่บ้านแล้ว ต้องขับรถต่อไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมงเข้าไปในทะเลทรายเพื่อเข้าที่พัก นั่งในรถมองไปข้างทางรู้สึกตื่นตาตื่นใจ ต้นไม้ทะเลทราย ภูเขาหิน กระโจมเบดูอิน มาถึงที่พักได้แบบกระโจมทั้งหลังตามที่จองไว้พร้อมทัวร์และอาหารสองมื้อ 70JOD เอาเป้ไปเก็บในกระโจมเบดูอินมีพรมปูพื้นขึ้นไปถึงผนัง โทนสีขาว แดง เข้ากับภูเขาหินน้อยใหญ่ที่อยู่รอบบริเวณตัดกับทะเลทรายสีแดงอมชมพูกว้างสุดลูกหูลูกตา เข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตาพอสดชื่นแล้วออกไปที่เต๊นท์ส่วนกลางได้เพื่อนใหม่มาอีกหนึ่งคนเป็นคุณป้าจากอังกฤษ คุยกันไปเรื่อยๆจนได้เวลาบ่ายสามก็ถึงเวลาทัวร์4x4ที่จองไว้ ทั้งแค้มป์มีลูกค้าแค่สองคนก็เลยสบาย กระโดดขึ้นนั่งหลังกระบะแล้วปล่อยให้สุไลมานขับรถแล่นฉิวไปตามเส้นทางในทะเลทราย ภูเขาหินขนาดใหญ่น้อยสูงต่ำคละกันไป พันธุ์ไม้ทะเลทรายขึ้นเป็นหย่อมๆสู้กับความร้อนและแห้งแล้ง ผ่านภูผามหึมาซึ่งเป็นฉากหนึ่งของภาพยนต์หลายเรื่องอย่างเช่นDune 1และ2, The Martian, Prometheus และ Lawrence of Arabia ขับรถไปเรื่อยๆสู้กับแสงแดดจัดยามบ่ายทิ้งฝุ่นตลบไว้ด้านหลัง ภาพข้างหน้าเหมือนกับที่เคยดูในหนังแนวอวกาศ ภูมิประเทศสูงต่ำ มีหิน มีภูผา มีแอ่งลึก เหมือนอยู่บนดาวดวงไหนสักดวงที่ไม่ใช่ดาวโลก ขับมาสักพักใหญ่ก็แวะพักที่โอเอซีส สุไลมานแนะน้ให้เดินทะลุโอเอซีสออกไปอีกด้านแล้วเขาจะขับรถไปดักรอด้านหน้า คุณป้าเพื่อนร่วมทัวร์ปฏิเสธเพราะเห็นทางก็ท้อขอนั่งรถไปสบายๆ เดินไปคนเดียวเรื่อยๆบนพื้นทรายสีแดงละเอียดแทบเป็นผง พอย่ำเท้าลงไปทรายก็ยุบตัวจนมิดเท้ากว่าจะยกขึ้นก็ต้องฝืนแรงเฉื่อย ก้าวแล้วก้าวเล่าไปกว่าครึ่งชั่วโมงกว่าจะทะลุไปถึงอีกฝั่งได้แต่ก็คุ้มค่ากับการที่ได้เห็นภาพสวยๆระหว่างทาง
    ขับรถต่อมาจนถึงภูผาสูงรูปโค้งมีรูกว้างอยู่ด้านล่างเป็นที่เดียวกับที่ใช้เป็นภาพโปรโมทWadi Rum และJordan สุไลมานบอกว่าถ้าอยากลองปีนก็ลองได้จะถ่ายรูปให้จากด้านล่าง แหงนขึ้นมองจนคอตั้งบ่าหายใจเข้าลึกๆแล้วตัดสินใจปีน ความชัน ความลื่น และความสูง ยอมพ่ายแพ้แก่ความพยายาม ไปยืนเก๋ๆอยู่ข้างบนได้ในที่สุด สุไลมาลเห็นความพยายามก็เลยพาไปอีกที่หนึ่ง สูง โค้ง ชัน ไม่แพ้กัน ก็เลยปีนไปอีกรอบแบบไม่ขัดศรัทธา แข้งขาที่ยังปวดร้าวกับการเดินPetraไปสองวันตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแล้วเพราะก้าวข้ามความรู้สึกนั้นไปหรือว่าเพราะเจ็บจนชินก็ไม่แน่ใจ รอยแผลหกล้มก็เริ่มแห้งตกสะเก็ดเป็นบางส่วน เดินทางต่อไปฝ่าฝูงอูฐทะเลทรายเป็นระยะๆ บางตัวก็ขี้สงสัยเข้ามาใกล้รถและยอมให้ลูบตัว อูฐมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนสัตว์ใดๆในโลก
    หกโมงครึ่งขับรถมาถึงเนินทรายสวยๆ มองไปด้านหน้าพระอาทิตย์กำลังจะตกดินอยู่หลังโขดหินเหมือนภาพวาด สุไลมานจอดรถแล้วลงไปจัดการก่อไฟจากกิ่งไม้แห้งๆสองสามกิ่ง หยิบกาน้ำใบเล็กมาจากท้ายรถเติมน้ำลงไปกับใบชาหนึ่งกำมือ ระหว่างนั้นก็หันไปเด็ดใบไม้ชนิดหนึ่งมาทุบๆและหยอดน้ำลงไปเอามือหยิบมาถูๆกลายเป็นสบู่มีโฟมสีขาว ทดลองทำดูบ้างปรากฏว่ามือนุ่มมาก
ชาร้อนๆกับบรรยากาศรอบตัวทำให้รู้สึกว่าตัวเองโชคดีชะมัดที่ได้มาอยู่ตรงนี้ ดวงอาทิตย์ลดต่ำลงมากๆแสงรอบตัวก็เปลี่ยนตาม จากส้มแสดของดวงอาทิตย์กระทบกับแดงชมพูของทะเลทรายกลายเป็นมืดมิดไปในที่สุด
    มาถึงแค้มป์เข้าไปในกระโจมอาบน้ำสระผมล้างเอาผงทรายออกจากเนื้อตัวแล้วก็กลับมาที่กระโจมใหญ่สำหรับอาหารค่ำ ชาวเบดูอินใช้วิธีขุดหลุมลึกแล้วเอาอาหารห่อผ้าลงไปฝัง กลบให้สนิทและก่อไฟด้านบนอบอาหารจนสุก เนื้อไก่คลุกกับเครื่องเทศ แครอท มันฝรั่ง และบวบ หลังอาหารเย็นออกไปนั่งที่ลานแค้มป์ไฟ ต้มชากาใหญ่ไว้แล้วดับไฟในเตาให้สนิทความมืดก็มาเยือน ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอินเตอร์เนต ทั่วทะเลทรายมีแต่ความมืดมิดและเงียบสงัดได้ยินแต่เสียงหายใจของตัวเอง ไปลากเอาเบาะนั่งจากกระโจมใหญ่มาปูแล้วนอนหงายดูท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวและทางช้างเผือก เห็นชัดเจนสวยงามแบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในชีวิต สุไลมานยื่นโทรศัพท์ของเขาให้แล้วเปิดแอปที่ใช้ดูดาว ยื่นโทรศัพท์ส่องไปบนท้องฟ้าบนจอก็จะออกมาเป็นภาพเส้นโยงดวงดาวต่างๆ นั่งนอนเงียบๆดูดาวไปจนดึกดื่นก็เดินฝ่าความมืดกลับกระโจม ใจก็อยากนอนอยู่ใต้ดวงดาวจนถึงเช้าแต่เกรงใจสุไลมานที่ต้องมานั่งเฝ้าอยู่ห่างๆตามธรรมเนียมเจ้าบ้าน
    กลับมาถึงกระโจมที่พักเดินออกไปด้านหลังมีเก้าอี้สองสามตัววางอยู่ หย่อนตัวไปกึ่งนั่งกึ่งนอน แสงดาวบนท้องฟ้าสว่างพอที่จะทำให้มองเห็นความยิ่งใหญ่ของภูผาเป็นฉากหลัง พื้นทะเลทรายและพืชพันธุ์บางชนิดขึ้นเป็นพุ่มๆทิ้งระยะห่าง หายใจเข้าออกลึกๆเก็บทุกรายละเอียดไว้ในความทรงจำ Wadi Rum ทะเลทรายแห่งจอร์แดน
 







 



 

No comments:

Post a Comment