9 กันยายน Amman - Wadi - Musa
ตื่นมาตั้งแต่ตีสี่กว่าๆอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ตีห้าก็ได้เวลาเดินแบกเป้ออกจากที่พัก เสียงทำพิธีในมัสยิดดังก้องกังวาลไปทั่วเมืองตัดความความเงียบสงบของยามเช้าทำให้รู้สึกขลังและทึ่งในศาสนา เดินลัดเลาะออกมาตามถนนตามแผนที่ในgoogle map มุ่งไปที่สถานีJett Bus ขึ้นเนินลงเนินอยู่หลายรอบก็ถึงจุดหมายและเข้าใจว่าทำไมเจ้าของที่พักและข้อมูลในเน็ตแนะนำให้นั่งแท็กซี่ไป ถึงแม้ว่าระยะทางแค่หนึ่งกิโลเมตรแต่ความชันก็ทำให้รู้สึกเหนื่อยได้ง่ายๆทั้งๆที่แอบซุ่มเทรนร่างกายมาได้หลายเดือนแล้ว
รถออกหกโมงครึ่งแต่ขึ้นรถกันตั้งแต่หกโมงตามกฏของJettซึ่งเป็นบริษัทเดินรถหนึ่งเดียวในประเทศนี้ ระยะทางจากสถานีJett Abdali จุดขึ้นจนถึง Petra จุดลง 236กิโลเมตร ใช้เวลาสามชั่วโมงครึ่งบนเส้นทางDesert Highway ราคาบัตรโดยสาร10JOD พักเข้าห้องน้ำ ดื่มกาแฟ ระหว่างทางหนึ่งครั้ง จุดประสงค์ที่มาเมือง Wadi-Musa เมืองทางใต้ของประเทศจอร์แดนก็คืออยากเห็นPetra เมืองโบราณที่ถูกแกะสลักขึ้นจากภูเขาหินทรายสีชมพูอมแดง ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ และเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมืองPetra ถูกสร้างขึ้นโดย ชาวนาบาเทียน (Nabataeans) ซึ่งเป็นชนเผ่าเร่ร่อนในทะเลทรายเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน (ประมาณศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล) พวกเขาเป็นอัจฉริยะด้านการสกัดหินและการจัดการระบบชลประทานในทะเลทราย ในอดีตเพตราเคยเป็นศูนย์กลางการค้าขนาดใหญ่ที่มั่งคั่งมาก เป็นจุดตัดของเส้นทางลำเลียงเครื่องเทศและผ้าไหมที่เชื่อมต่อระหว่างอียิปต์ อาระเบีย ซีเรีย และเมดิเตอร์เรเนียน หลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และการเปลี่ยนเส้นทางการค้า เมืองนี้ก็ถูกทิ้งร้างและเลือนหายไปจากแผนที่โลก เหลือเพียงชาวเบดูอินท้องถิ่นที่รู้ทางเข้า จนกระทั่งนักสำรวจชาวสวิสชื่อ โยฮันน์ ลุควิก บวร์กฮาร์ท (Johann Ludwig Burckhardt) มาค้นพบอีกครั้งในปี ค.ศ. 1812
รถมาถึงประตูทางเข้าหลักสิบโมงกว่าๆ ลงจากรถแล้วมายืนงงๆอยู่แต่งงไม่ได้นานเพราะจะโดนรุมโดยคนขับรถแท็กซี่ที่พยายามเสนอการบริการ เดินเลี่ยงๆออกมาแล้วกดดูแผนที่ที่พักที่จองไว้ ในรีวิวเขียนไว้ว่าเดินได้จากจุดจอดรถก็เลยเดินไปเรื่อยๆขึ้นเนินมาอีกสี่ห้าเนินพร้อมกับท่องคำว่า อดทน อดทน จนในที่สุดก็ถึง เอาเป้ใบใหญ่ฝากไว้เพราะยังไม่ถึงเวลาเช็คอินน์แล้วโหลดเป้ใบเล็กใส่กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์ กระเป๋าตังและเอกสารต่างๆ ไม่ลืมน้ำดื่มติดไปด้วยแล้วเดินลงเนินขึ้นเนินไปประตูทางเข้าPetra ก่อนถึงจุดตรวจบัตรแวะซื้อผ้าโพกหัวแบบดั้งเดิมของประเทศจอร์แดนเรียกว่าShemagh (ชะมาฆะ - شماغ) หรือบางครั้งเรียกว่า Keffiyeh (เคฟฟิเยห์ - كوفية)เพราะถ้าไม่ซื้ออีกสามสิบสี่สิบร้านข้างหน้าก็จะเรียกร้องให้ซื้อ ส่งเงินให้พ่อค้า5JODพร้อมบริการมัดให้เรียบร้อย เดินสวยๆไปสแกนJordan Passราคา75 JODที่ซื้อเหมารวมวีซ่าและเข้าPetraได้สองวันแลกเอาบัตรแบบง่ายๆ อากาศตอนเที่ยงวันร้อนจัด ทางเดินระยะแรกขรุขระมีฝุ่น มีหินก้อนเล็กๆ ค่อยๆเดินไปตามทางพร้อมบอกปฏิเสธคนเสนอขี่ม้า ขี่ลา ขี่อูฐ ไปเรื่อยๆ จนเข้าเขต The Siq ช่องเขาแคบๆ ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นทางเดินหลักขนาบด้วยหน้าผาสูงชันเพื่อเข้าสู่ตัวเมือง ช่วงนี้ค่อยสบายหน่อยมีร่มเงาของหน้าผา สีสันรวมถึงรูปลักษณะของหน้าผาทำเอาตะลึงแหงนดูเพลินจนสะดุดหินล้ม แรงพอที่ทำให้กางเกงขาดทะลุหัวเข่าได้แผลมาแบบมึนๆ ทิชชู่เปียก เบตาดิน มีติดเป้นั่งทำแผลแล้วลุกขึ้นเดินต่อจนถึงจุดที่สอง The Treasury (Al-Khazneh)มหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกแกะสลักเข้าไปในเนื้อหิน สูงกว่า 40 เมตร ซึ่งเป็นภาพจำของเพตราที่โด่งดังไปทั่วโลก และเป็นฉากในภาพยนตร์เรื่อง Indiana Jones and the Last Crusade (1989) แสดงโดย Harrison Ford พระเอกในดวงใจ สวยตะลึงใจจนต้องขอให้นักท่องเที่ยวคนอื่นถ่ายรูปให้
เดินลึกเข้าไปอีกจนถึงร้านขายเครื่องดื่มแล้วนั่งพักดูบรรยากาศไปเรื่อยๆ มีหลายๆจุดยิบย่อยที่เดินผ่านมาสามารถเดินลัดเลาะซอกผาขึ้นไปหนึ่งสองชั่วโมงแล้วมองลงมาจะเห็นทั้งเมืองแต่ตัดสินใจไม่เสี่ยง อีกเส้นทางหนึ่งจากจุดนี้คือเดินขึ้นบันไดหิน800ขั้นไปออกประตูด้านหลัง รวมระยะทางทั้งหมดตั้งแต่ทางเข้า14กิโลเมตร ตัดสินใจหยุดการเดินวันนี้แค่ตรงนี้แล้วย้อนกลับออกทางเดิม เพราะยังมีเวลาพรุ่งนี้อีกเต็มวันจะใช้สูตรเดินย้อนศรจากประตูด้านหลังมาด้านหน้า จะได้ไม่ต้องขึ้นบันได800ขั้นแต่เปลี่ยนเป็นการลงแทน
ขากลับก็ไม่ได้ง่ายกว่าขามา แดดยามบ่ายร้อนจนเห็นแสงยิบๆ ตาพร่าจนเห็นแสงขาวกว่าจะออกมาถึงทางเข้าก็เล่นเอาเสื้อผ้าทั้งชั้นนอกชั้นในเปียกซกไปหมด แวะเข้าไปเอาความเย็นจากแอร์ในพิพิธภัณฑ์Petra เดินดูงานแสดงพอให้เหงื่อแห้งแล้วกัดฟันเดินขึ้นเนินลงเนินอีกหลายรอบจนถึงที่พัก
อาบน้ำเย็นๆ แอร์เย็นๆ ตอนค่ำไปกินอาหารเย็นมื้อแรกในระยะเวลาหลายเดือนเป็นประจำถิ่นใต้ของจอร์แดนเป็นชุดข้าวหน้าปลาทอด Sayadiyah เซ็ตยอดฮิตที่เพตรา จานหลักคือปลาทอด Samak Maqli ปลาเนื้อขาวชุบแป้งทอดกรอบๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวเหลือง Sayadiyah ข้าวบาสมาตีหุงขมิ้น / เครื่องเทศ หอมๆ สีเหลืองอ่อนๆ กินคู่ปลาทอด บีบเลมอนใส่ลงไปนิดๆ มาพร้อมกับ Maze:Hummus เมซเซ่: ฮุมมูส ทำจากถั่วลูกไก่บดกับทาฮินี (งาบด) น้ำมะนาว วิธีอร่อยคือฉีกขนมปังพิต้าจิ้มเล, สลัดถ้วยเล็ก มะเขือเทศ แตงกวาคลุกซอสทาฮินี / โยเกิร์ต รสเปรี้ยวๆ มันๆ ไว้ตัดเลี่ยนปลาทอด, คูบูซ Khubz / พิต้าจอร์แดน แผ่นนุ่มๆ แล้วยังมีพิต้าเอาไปทอดซ้ำจนกรอบ กินเล่นแทนข้าวเกรียบเคียงมาด้วย ของหวาน + ผลไม้เป็นแอปเปิ้ลเขียวหนึ่งลูกมาคู่กับขนมสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลบาสบูซา / นามูระ Basbousa เค้กเซโมลินาราดน้ำเชื่อม โรยอัลมอนด์ กินนั่นนิดนี่หน่อยเพราะไม่ชินกับการกินอาหารเย็นทำให้ไม่หิว คว้าแอ้ปเปิ้ลติดมือมาเผื่อวันพรุ่งนี้
Petraตอนกลางคืนเงียบเหงา ที่พักใหญ่โตมีเตียงราวห้าสิบเตียงมีนักท่องเที่ยวพักอยู่สองห้อง
No comments:
Post a Comment