Thursday, April 23, 2026

UzbekistanDay 12 Tashkent

 

     Day 12 Tashkent
 
      หลังจากอาหารเช้าแล้วก็เริ่มเก็บข้าวของเพื่อเช็คเอาท์แล้วเอาเป้มาฝากไว้ที่รีเซฟชั่น มีอีกสองสามที่ที่ยังอยากจะเห็นและทำก่อนจะจบการเดินทางครั้งนี้ ที่แรกที่แวะคือ Ko‘kaldosh Madrasah (Kukeldash Madrasah)โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามสมัยยุคกลางที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สร้างขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1570 โดยผู้ปกครองราชวงศ์ไซบานิด (Shaybanid) ซึ่งได้รับฉายาว่า "Kukeldash" มีความหมายว่า "พี่น้องทางนม" (milk brother) เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์อิสลามแบบดั้งเดิม ใช้อิฐสีเหลือง มีลานกว้างตรงกลาง (Courtyard) และมีห้องหอพักนักศึกษา (Khudjras) ล้อมรอบ ซุ้มประตูหลักมีความสูงถึง 20 เมตร ในอดีตเคยถูกใช้เป็นป้อมปราการ สถานที่ประหารชีวิต และเคยได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวในปี 1868 ก่อนจะได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ ปัจจุบันใช้เป็นโรงเรียนสอนศาสนา แอบมองลอดช่องประตูเห็นในแต่ละล้องเรียนมีนักเรียนหลากหลายอายุคละกันไป
 
     แดดเริ่มแรงอากาศเริ่มร้อนก็เดินมาถึงตลาดChorsu เดินเล่นไปเรื่อยๆเห็นมีร้านตัดผมก็เลยเข้าไปสอบถามราคา ไม่มีใครใช้ภาษาอังกฤษก็ต้องใช้ภาษามือกันไป สนนราคาสระตัด200,000som ไม่ได้คาดหวังอะไรมากแค่อยากจะตัดผมที่ยาวเฟื้อยแทบจะถึงเอวออก เหลือไว้แค่พอมัดได้ เทคนิคการสระผมที่นี่ไม่มี แค่ทำให้เปียก ใส่แชมพูแล้วล้างออก ไม่นวด ไม่เกา ไม่เช็ด มานั่งเก้าอี้ตัดทั้งๆที่ผมเปียกโชก น้ำหยดเปียกเสื้อลงไปถึงกางเกงก็ก็ไม่รู้สึกแย่เพราะเย็นสบายตัว เทคนิคการตัดก็ง่ายๆ ตัดให้ได้ความยาวที่ลูกค้าต้องการ เช็คระดับผมหนึ่งรอบแล้วใช้กรรไกรซอยไล่ปลายผมตามด้วยเป่าให้แห้งมีจัดทรงนิดหน่อยตามด้วยนวดขมับสองทีเป็นอันเสร็จพิธี
 
     เงินSomยังพอมีติดกระเป๋าก็เลยแวะไปฝั่งที่ขายต้นไม้ ได้เมล็ดผักมาอีกหลายซองแต่ก็ไม่มีอะไรพิเศษเหมือนประเทศอื่นๆที่พันธุ์ผักละลานตามากกว่า ได้ผลไม้แห้งมาอีกอย่างละนิดละหน่อยพอไม่ให้เกะกะและหนักเกินไปเพราะไม่ได้ซื้อน้ำหนักโหลดกระเป๋า
 
-คนส่วนมากไปในอุสเบกิสถานขับChevrolet (น่าจะ80%ขึ้นไป)
-คนมีอันจะกินจะใส่ฟันทอง
-ทุกอย่างคุมโทน เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย
-ราคาของนักท่องเที่ยวกับราคาของคนท้องถิ่นไม่เหมือนกัน ต่างกันมากกก
-ซื้อของต้องต่อรอง
- การคมนาคมสะดวกสบาย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ใช้แอปYandexหาวิธีการเดินทาง ชำระค่าโดยทางโดยแตะบัตรVisa
- Google Map ไม่เวิร์คกับที่นี่ แผนที่ไม่ตรง
 






 

Uzbekistan Day 11 Tashkent

 

    Day 11 Tashkent
 
      ไม่ได้เป็นแบบท้องถิ่นที่เคยกินมาตลอดสิบวันที่ผ่านไป เป็นอาหารของคนในเมือง ขนมปัง ไส้กรอก ไข่ดาว ฉันแอบดีใจที่เสพความเป็นท้องถิ่นไว้เต็มที่แล้วก่อนหน้านี้ หลังจากอาหารเช้าก็เดินออกไปขึ้นรถเมล์ไปลงถนนใหญ่แล้วเดินลัดเลาะหมู่บ้าน เวลาแปดโมงกว่าๆอากาศเย็นสบาย ใส่เสื้อพูลโอเวอร์ทับเสื้อยืดแขนสั้นได้ความพอดี ตามถนนหนทางยังคงเงียบสงบ สังเกตดูพบว่าชีวิตโดยทั่วไปในอุสเบกิสถานจะเริ่มต้นหลังเก้่าโมงเช้า มาถึงHazrati Imam Complex (หรือ Hastimom/Hastimam) ศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมอิสลามที่สำคัญที่สุดในเมือง ตั้งอยู่ใกล้สุสานของท่าน Abu Bakr Muhammad Kaffal Shashi โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมเอเชียกลางที่สวยงาม มีโดมสีน้ำเงินและกระเบื้องโมเสกละเอียดอ่อนสวยงามมาก ในบวิเวณนี้ประกอบไปด้วย สุสาน Hazrati Imam สถานที่ฝังศพของอิหม่ามท่านแรกของทาชเคนต์
มัสยิด Hazrat Imam มัสยิดขนาดใหญ่ที่มีโดมสีน้ำเงินและสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม
Mui-Mubarak Madrasah โรงเรียนสอนศาสนาที่จัดแสดง "คัมภีร์อูธมาน" (Uthman Qur'an) ซึ่งเชื่อว่าเป็นคัมภีร์อัลกุรอานที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และBarak-Khan Madrasahโรงเรียนสอนศาสนาศตวรรษที่ 16 ที่มีสถาปัตยกรรมงดงาม
 
       ไม่ไกลจากนั้นเป็นที่ตั้งของศูนย์อารยธรรมอิสลามแห่งอุซเบกิสถาน (Center for Islamic Civilization / Islom Sivilizatsiya Markazi)คือศูนย์กลางวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และการศึกษาขนาดใหญ่ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศอุซเบกิสถาน ตั้งขึ้นเพื่อรวบรวม ศึกษา และเผยแพร่ร่องรอยประวัติศาสตร์มรดกทางปัญญาและศาสนาอิสลามของอุซเบกิสถาน รวมถึงเป็นสถานที่เก็บรักษาคัมภีร์กุรอานอุสมาน (Samarkand Kufic Quran) อันเก่าแก่ หน้าที่หลักเป็นทั้งพิพิธภัณฑ์, สถาบันวิจัย, หอสมุด และศูนย์ศิลปหัตถกรรมพื้นเมือง ไฮไลท์มีห้องแสดงคัมภีร์กุรอานที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และจัดแสดงโบราณวัตถุ เอกสารทางประวัติศาสตร์ เป้าหมายเพื่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างยุคทองของอิสลามกับอุซเบกิสถานยุคใหม่ เพื่อส่งเสริมความรู้ ความอดทน และความก้าวหน้า ค่าเข้าชมชาวต่างชาติอยู่ที่310,000som และชาวอุสเบกอยู่ที่60,000som คุ้มทุกบาททุกสตางค์ ตั้งแต่วินาทีแรกถึงวินาทีสุดท้ายในเวลาสองชั่วโมงไม่มีคำว่าน่าเบื่อ การจัดแสดงทำออกมาดีมากแบบไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน มีวิธีการนำเสนอเรื่องราวที่น่าติดตาม นำเทคโนโลยีมาใช้ให้ดูตื่นเต้นสวยงาม ระบบแสงสีเสียง จอโค้งจอแบน จอกลม เรียกว่าโครตของการนำเสนอคงไม่เกินจริง และนี่ก็เป็นคำชมจากใจคนที่ไม่ค่อยอินกับพิพิธภัณฑ์แบบฉัน
 
     เดินออกด้านหลังพิพิธภัณฑ์ลัดเลาะไปตามทางเดินเล็กๆดูวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น บ้านเรือนที่นี่มีการคุมโทนสีอย่างอย่างลงตัว ไม่มีบ้านสีฉูดฉาดให้เห็น ทุกอย่างออกแนวเอิร์ทโทนถึงแม้ว่าเมืองใหญ่อย่างTashkentและSamarkandจะมีสีสันขึ้นมาบ้างนิดหน่อยแต่ก็ไม่มากมายอะไร แวะดื่มกาแฟร้อนถ้วยโตกับคุ้กกี้หนึ่งชิ้นริมทาง ราคากาแฟสดที่นี่จะแพงกว่าชามาก ทุกครั้งที่สั่งมาหนึ่งถ้วยจะต้องจ่ายเงินถึง50,000som แวะตลาดChorsuอีกครั้งหลังจากที่พึ่งมาเมื่อวาน อยากได้ชาดอกไม้หอมๆไปชงกินที่บ้านแต่ก็ซื้อแบบทุลักทุเลเพราะต้องเล่นเกมส์ต่อรองราคาแบบหนักหน่วงชนิดครึ่งต่อครึ่ง ด้วยความที่เป็นคนขี้เกรงใจคนและต่อราคาไม่เป็นสุดท้ายก็ยอมแพ้ได้ชามาแค่หยิบมือแลกกับเงินจำนวนมากที่จ่ายไป เดินผ่านร้านอาหารท้องถิ่นริมทางสั่งDonerกลับมากินที่พักหนึ่งชิ้น ส่งสัญญาณถามคนขายว่า แบ้ แบ้… คนขายสั่นหัวตอบกลับมาว่า มอ มอ… อีกหนึ่งอย่างที่ฉันชอบในการเดินทาง การสื่อสารกับคนท้องถิ่น
 
 
















Uzbekistan Day 10 Samarkand - Tashkent

 

      Day 10 Samarkand - Tashkent 
 
      เริ่มวันตอนหกโมงกว่าๆอาบน้ำแต่งตัวเก็บข้าวของมาเรียกYandexให้ไปส่งที่สถานีรถไฟ รถไฟออก08:06แต่ไม่อยากลุ้นเหมือนคราวก่อนก็เลยเผื่อเวลาไว้หลวมๆ เป็นไปดังคาดกว่าจะได้รถก็โดนยกเลิกไปหลายคัน ถึงสถานีตอนเจ็ดโมงนิดๆมีเวลาไปนั่งจิบลาเต้ร้อนแก้วยักษ์แบบชิวๆ เริ่มมีประสบการณ์ในการขึ้นรถไฟบ้างแล้วก็เลยรู้สึกผ่อนคลายกว่ารอบก่อนๆ แต่มีปัญหาเรื่องจองตั๋วออนไลน์โดยตรงกับการรถไฟอุสเบเพราะรูดบัตรไม่ผ่านแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาที่แก้ไขไม่ได้เพราะจองผ่านนายหน้าอย่าง12GO Asia แล้วยอมจ่ายเพิ่มอีกก็สามารถซื้อตั๋วโดยจ่ายผ่านPayPalได้สบายๆ โชคดีที่มีเงินติดในบัญชีPayPalบ้างนิดหน่อย บางครั้งเงินก็สามารถแก้ปัญหาได้ง่ายๆ
 
      สี่ชั่วโมงเต็ม กับระยะทาง343กม. ก็ถือว่าสบายๆ ถ้าจองตั๋วรถไฟความเร็วสูงทันก็จะใช้เวลาแค่2ชั่วโมงแต่ตั๋วขายหมดล่วงหน้าเป็นเดือนๆ จากภูมิประเทศราบและแห้งแล้งแบบทะเลทรายก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นดินเนินเขา มีความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้นสังเกตได้จากหญ้าเขียวๆตัดกับทุ่งดอกคาโนล่าเหลืองสว่างไสว และดอกป๊อปปี้สีแดงออกเป็นกลุ่มๆตามรายทาง จำไม่ได้ว่าจองรถไฟชั้นไหนแต่วันนี้มีชาร้อนมาเสิร์ฟฟรี และมีซาโมซ่ากับสตรอเบอร์รี่มาขาย รับชาไว้แล้วซื้อสตรอเบอร์รี่หนึ่งกล่องมานั่งกินกับซาโมซ่าที่ซื้อไว้เมื่อคืนนี้ตอนเดินไปดูไฟกลางคืน มีส้มลูกยาวที่ซื้อจากตลาดเมื่อวันก่อนอีกหนึ่งลูก เริ่มมีความรู้สึกว่าตัวเองเป็นชาวอุสเบกมานิดหน่อยเพราะห่อของมากินบนรถไฟแบบเป็นเรื่องเป็นราว
      
      รถไฟมาถึงTashkentเมืองที่การเดินทางได้เริ่มขึ้นเมื่อ10วันที่แล้ว ลองขึ้นรถไฟใต้ดินของที่นี่เป็นครั้งแรกมีความงงอยู่ ทางเข้าสถานีออกแนวลึกลับ ไม่มีป้าย ไม่มีสัญญาณบอก อาศัยเดินตามคนอื่นๆไปแต่พอก้มลงมองโทรศัพท์หาเส้นทางรถไม่ถึงหนึ่งนาทีเงยหน้าขึ้นมาก็ไม่เหลือใครสักคนในบริเวณนั้น ใช้สัญชาตญาณและวิชาเดา คือถ้าเดาว่าควรทำแบบไหนให้ทำตรงกันข้ามในที่สุดก็หาทางเข้าสถานีเจอ ใช้บัตรVisaของธนาคารไทยแตะประตูก็เปิดให้เข้า มาเช็คกับแอปธนาคารหักไป4.47บาทต่อครั้งที่ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินและรถเมล์ ราคาดีมาก ภายในสถาณีทำออกมาสวยใช้ได้แต่ก็ไม่สวยเหมือนที่มอสโคว ผู้โดยสารแน่นรถเบียดกันเป็นปลากระป๋อง ออกจากรถแล้วดูแผนที่ปรากฏว่าลงเร็วไปหนึ่งสถานีก็เลยรอรอบถัดไปแล้วนั่งมาลงสถานีถัดไปก่อนจะเปลี่ยนสายนั่งมาอีกหนึ่งสถานีแล้วก็ลง เดินขึ้นมาจากใต้ดินแบบงงๆเพราะชื่อสถานีไม่เหมือนกับที่แผนที่Yandexบอกไว้ เปิดดูGoogle Mapถึงรู้ว่ามาถูกที่แล้ว ( ที่นี่Google Mapใช้ไม่ได้กับเส้นทางการคมนาคมต้องใช้Yandex ) ด้วยความไม่เคยชินกับYandexก็เลยรู้สึกว่าเข้าใจยาก แต่พอใช้หลายๆวันเข้าก็เริ่มจะพอเข้าใจ ที่พักตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถใต้ดิน เดินไม่กี่นาทีก็ถึง อยู่ในเขตเมืองใหม่(มาก)การก่อสร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี เป็นที่ตั้งของร้านรวงทันสมัย สินค้าแบรนด์เนม ดูจะเป็นที่ชื่นชอบของคนรุ่นใหม่ที่นี่ พวกเขาแต่งตัวตามสมัย นั่งร้านอาหารสวยๆ ฉันรู้สึกเขินๆกับกางเกงลายผ้าไหมญี่ปุ่นที่ใส่มาสองสามวันแล้วกับเป้เน่าๆบนหลัง
 
       วันนี้ให้รางวัลตัวเองเป็นไก่ทอดเฟรนไชน์ที่ชอบกินแล้วลงโทษตัวเองที่กินเยอะเกินความพอดีด้วยการเดินไปตลาดประจำเมืองห่างออกไป3กม. ตลาดเมืองTashkent บ่งบอกได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของเมือง ทีผักผลไม้มากมายหลายอย่างที่ไม่เห็นในตลาดก่อนๆ เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นดอกกะหล่ำในอุสเบกิสถาน มีเนื้อสดเยอะแยะมากมาย ทั้งวัว ม้า แพะ แกะ และไก่ เครื่องเทศ เสื้อผ้า ชา และที่ขาดไม่ได้ผลไม้แห้ง ฉันตื่นตาตื่นใจกับตลาดมากเดินจนลืมเหนื่อยจากโซนโน้นทะลุโซนนี้ แวะซื้อผลหน้าตาแปลกๆชิมมารู้ที่หลังจากGoogleว่าคือ tkemali plums ก็คือลูกพลัมชนิดหนึ่งประมาณนั้น ขากลับเดินกลับไม่ไหวก็เลยนั่งรถเมล์กลับมาแล้วเดินต่ออีกนิดหน่อยก็ถึงที่พัก
 
   



















 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Uzbekistan Day 9 Samarkand

Day 9 Samarkand
 
      เข้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยอาหารเช้าสไตล์อุสเบเหมือนกับทุกๆวันแต่วันนี้มีเพิ่มเป็นข้าวต้มใส่นมและน้ำผึ้ง และไข่ต้มอีกหนึ่งฟอง ฉันชอบจองที่พักที่มีอาหารเช้าแบบท้องถิ่นให้ ไม่ใช่เพราะชอบกินอย่างเดียวแต่ชอบเห็นความแตกต่าง ความหลากหลายและการจัดเตรียม เผื่อว่าจะได้เอาไปประกอบใช้กับงานในครัว อาหารเช้าแบบอุสเบมีความหวานสอดแทรกมาก ไม่ว่าจะในรูปแบบของขนมหวาน ผลไม้แห้ง หรือเครื่องดื่ม เสร็จจากอาหารเช้าแล้วคว้ากล้องถ่ายรูปออกเดินไปเรื่อยๆ อากาศเช้านี้อยู่ที่10องศากับแดดอ่อนๆ วันนี้ไม่มีลมก็เลยรู้สึกสบายๆไม่หนาวสั่นเหมือนเมื่อวาน ซื้อตั๋วเข้าไปดูมัสยิด Bibi-Khanym ด้านนอกที่ว่ายิ่งใหญ่อลังการแต่ด้านในกลับอลังการกว่า เรียกว่าคุ้มค่าเงินทุกบาททุกสตางจริงๆ มองไปมุมไหนก็สวยไปหมดใช้แบตเตอรี่กล้องเปลืองมาก 
 
       จากนั้นก็แวะดูนั่นนี่รายทางจนมาถึงสุสานชาห์อีซินดา (Shah-i-Zinda / Shohi-Zinda Yodgorligi) หรือหมู่อาคารสุสานประวัติศาสตร์สมัยศตวรรษที่ 11-15 ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ฝังศพของกุซาม อิบน์ อับบาส (Kusam-ibn-Abbas) ลูกพี่ลูกน้องของศาสดามูฮัมหมัด ได้รับฉายาว่า "สุสานบนถนน" (Street Cemetery) ประกอบด้วยสุสานและมัสยิดมากกว่า 20 หลัง เรียงรายตามแนวเนินเขา ประกอบด้วย3 ส่วนหลัก (บน, กลาง, ล่าง) เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินโดม โดดเด่นด้วยการใช้กระเบื้องโมเสกสีฟ้า (Azure/Turquoise) ลวดลายเรขาคณิตและพฤกษาที่ละเอียดอ่อน เป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมสมัยติมูริด (Timurid) และได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่แสวงบุญสำคัญ ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของเมืองและยังคงเป็นสถานที่แสวงบุญของชาวมุสลิม โดยมีความเชื่อว่าการแสวงบุญที่นี่เทียบเท่ากับการทำฮัจญ์ที่เมกกะ นับว่าเป็นเป็นสุสานที่สวยงามที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาในชีวิต ทุกมุมทำเอาอ้าปากค้างด้วยความอัศจรรย์ใจ
 
     ช่วงเที่ยงกลับมาที่พักแล้วเช็คเอาท์ย้ายตัวเองไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเมืองเพื่อความสะดวกในการเดินทางต่อไป พักชาร์จแบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปที่หมดทั้งสามชุดแลกกับรูปอีกหลายร้อยรูปในกล้อง บ่ายสองกว่าๆออกเดินอีกรอบไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับที่ได้สำรวจแล้ว เมืองนี้มีสวนสาธารณะสวยๆอยู่ทั่วเมือง มีต้นไม้ น้ำพุ ให้ความร่มรื่นและไม่รู้สึกเหนื่อยหรือร้อนขณะเดิน พักกินPlovตามรีวิวในเน็ตแต่พบว่าไม่อร่อยเหมือนที่เคยกินที่เมืองก่อนหน้านี้ ร้านนี้อาหารออกมามันเยิ้มนองจานและข้าวก็ยังแข็งกรุบ เสิร์ฟมาพร้อมกับสลัด โยเกิร์ต และขนมปังUzbek non สั่งชาร้อนกาใหญ่มาจิบไล่เลี่ยนก็พอได้อยู่ จากเน็ตคะแนนรีวิวร้านนี้ดีมาก หรืออาจจะเป็นเพราะฉันเข้าไม่ถึงก็คงเป็นไปได้
 
     หลังจากอาหารมื้อบ่ายก็มีภารกิจตามหาตู้เอทีเอ็มที่รับบัตรไทยได้ หลังจากที่ลองกดดูไปประมาณสิบกว่าตู้กับบัตร2ใบที่มีอยู่ในที่สุดก็ประสบผลสำเร็จได้เงินsomออกมาล้านห้ากะว่าคงพอใช้อีกสองสามวัน เสียค่าธรรมเนียมกดเงินต่างประเทศครั้งละ100บาท ( 1บาท เท่ากับประมาณ 370-380som )