Thursday, April 23, 2026

Uzbekistan Day 3 Khiva a UNESCO World Heritage

 

Day 3 Khiva a UNESCO World Heritage
 
      Khivaเป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,500 ปี ตั้งอยู่ทางตะวันตกของอุซเบกิสถาน เป็นอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรข่านแห่งคีวา (Khanate of Khiva) ที่รุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางการค้าบนเส้นทางสายไหม โดดเด่นด้วยเขตเมืองเก่า Ichan Kala ซึ่งเป็นมรดกโลก UNESCO ที่อนุรักษ์สถาปัตยกรรมอิสลามยุคกลางไว้อย่างสมบูรณ์ ลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องพักภายในเขตเมืองโบราณ ภายในห้องตบแต่งสไตล์อุสเบแต่ผนังทำขึ้นใหม่ด้วยคอนกรีตไม่ได้เป็นดินเหนียวเหมือนตัวอาคารด้านนอกทั้งเมือง
อาหารเช้ามื้อแรกของประเทศที่เคยมาครั้งแรกประกอบไปด้วยขนมปังที่เรียกว่า "นอน" (Non) หรือ "ซามาร์คันด์นอน" (Samarkand Non) เป็นขนมปังพื้นเมืองที่มีลักษณะเป็นแผ่นกลม หนา ตรงกลางบุ๋มและมักมีการฉลุลายสวยงาม อบในเตาดินเผา (Tandoor) จนผิวนอกกรอบ เนื้อในนุ่มแน่น มีกลิ่นหอมและมักโรยหน้าด้วยงา เป็นอาหารหลักที่สำคัญและเป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวอุซเบก ไส้กรอก ไข่ดาว และแยมแอพพริคอทรสชาติหวานจัด นั่งกินไปเรื่อยๆไม่เร่งรีบเพราะทริปนี้วางแผนไว้ว่ามาเพื่อพักผ่อน กินให้อิ่ม นอนให้มาก ดูนั่นนี่นิดหน่อยไม่ต้องตามเก็บจนครบ 
 
     เดินออกจากที่พักก็เหมือนหลุดออกมาอีกโลก กำแพงบ้านและผนังบ้านในเขตเมืองโบราณซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของopen air museum ทำด้วยดินเหนียวผสมหญ้า ทั้งเมืองจะเป็นสีเดียวกันหมด ผังเมืองจะออกแนวสลับซับซ้อนมีตรอกซอกซอยเยอะแยะไปหมด ออกมาปุ๊บหลงทางปั๊บเป็นไปตามความคาดหมาย อาศัยโหลดแอปแผนที่แบบที่ไม่ต้องใช้เน็ตไว้เมื่อคืนนี้แล้วก็เลยพอจะใช้คลำทางออกจากเมืองเก่าได้ เดินออกนอกกำแพงเมืองโบราณตามหาร้านขายซิมการ์ด และตู้เอทีเอ็ม ระหว่างทางก็หยุดดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยๆ ลองกดเงินจากตู้เอทีเอ็มไปเกือบสิบที่กว่าจะเจอตู้ที่รับบัตรจากไทยเล่นเอาใจเสียเพราะแทบไม่มีเงินอุสเบติดตัวอยู่แล้ว เดินเข้าไปร้านขายโทรศัพท์และซิมการ์ดหลายร้านกว่าจะเจอร้านที่มีซิมนักท่องเที่ยวขาย วิธีการซื้อก็เหมือนทั่วๆไปลงทะเบียน ถ่ายรูป รอสักพักก็มีเน็ตใช้ มีเงินมีเน็ตหูตาก็เริ่มสว่างไสวขึ้นคราวนี้ก็ไม่ต้องกลัวหลงทางและกังวลอะไรแล้ว 
 
     สถานที่แรกที่ตั้งใจไปดูคือตลาดสด หลังจากที่เดินลัดเลาะไปเรื่อยๆก็มาถึงตลาดขนาดใหญ่ขายสารพัดอย่าง ผักผลไม้เนื้อสัตว์วางกับพื้นดินบ้าง บนตั่งเล็กๆบ้าง ด้วยว่าเป็นเมืองทะเลทรายก็เลยมีฝุ่นเยอะคลุ้งไปหมดแต่ที่น่าแปลกใจคือไม่เห็นมีแมลงวัน เดินทะลุทะลวงอยู่ชั่วโมงกว่าๆก็ยังดูไม่ทั่วก็เลยตัดสินใจว่าพอแล้ว แวะซื้อน้ำดื่มขวดเล็กจากร้านค้าในตลาดพ่อค้าแม่ค้าและเด็กๆให้ความสนใจเรามากมีแอบมอง ทักทายบ้าง อาจตะเป็นเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาที่นี่ ระหว่างทางเดินกลับมีผู้ชายคนหนึ่งทักทายแล้วถามว่ามาจากฟิลิปปินส์เหรอ ไม่เรามาจากไทยแลนด์ เขาบอกว่าเขามียิมต่อยมวยมาดูสิ เดินตามเข้าไปดูในตึกทึบๆตรงกันข้ามแบบไม่กลัวว่าเขาจะหลอก ข้างในมีเวทีมวย มีอุปกรณ์ฝึกซ้อม ทุกอย่างเป็นมืออาชีพมากๆ เขาบอกว่าเขาเป็นโคชแล้วย้อนถามเราว่ารู้จักปาเกียวไหม เราว่ารู้จักสิแล้วเธอรู้จักบัวขาวไหม ฝ่ายนั้นเงียบไป สงสัยจะไม่รู้จัก
 
      หลังเที่ยงอากาศเริ่มร้อนเดินจนแผ่นหลังเริ่มชื้นจั๊กกะแร้เริ่มเปียกก็กลับมาถึงเมืองโบราณ ให้รางวัลตัวเองด้วยเบียร์แก้วโตกับวิวหลักล้านที่ระเบียงชั้นบนของร้านอาหาร นั่งดูความสวยงามของสิ่งก่อสร้างสมกับชื่อเมืองพันโดม (City of a Thousand Domes) ไกลลิบๆมองเห็นยอดหอคอย Kalta Minor สีฟ้าสดใส ป้อม Kunya Ark ที่เคยเป็นที่ประทับของข่าน ฤทธิ์ของเบียร์บวกกับอากาศร้อนก็เลยตัดสินใจกลับเข้าที่พักไปพักผ่อนแต่กว่าจะหาที่พักเจอก็เดินวนอยู่หลายรอบเหมือนเดินอยู่ในเขาวงกต แอร์เย็นๆ ห้องเงียบๆกับสองชั่วโมงของการพักผ่อนแล้วออกไปเดินหาซื้อน้ำดื่ม ผลไม้ เมล็ดถั่วเอามาไว้กินในห้อง เย็นๆกะว่านักท่องเที่ยวคงกลับไปกันบ้างแล้วก็เดินออกไปสำรวจเมืองโบราณอีกรอบ แสงสุดท้ายของวันกระทบยอดโดมให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่และอบอุ่นในเวลาเดียวกัน
 
    








 
 

No comments:

Post a Comment