Wednesday, December 7, 2016

No matter distance



    
   บทที่สี่

   เสีองข้อความเข้าดังมาจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่มุมโต๊ะทำงาน ฉันเงยหน้าจากกองเอกสารและจอคอมพิวเตอร์ เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มาอ่านข้อความ "ผมคิดถึงคุณ" ข้อความสั้นๆนั้นบาดลึกจิตใจฉันนัก สามสี่วันที่เราจากกันเพราะฉันก็มีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบที่นี่ และเขาก็มีสิ่งที่อยากจะทำที่นั่น ระยะทางหนึ่งร้อยแปดสิบกิโลเมตรที่คั่นกลางระหว่างเรามันไม่ได้ห่างไกลอะไรนักแต่มันก็ห่างไกลพอที่จะทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวด ทุกๆนาทีที่ไม่มีเขา ฉันทุ่มเทให้กับการทำงานและออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่งเพื่อที่จะทำให้เหนื่อยและนอนหลับได้โดยไม่รู้สึกถึงความคิดถึงถวิลหาที่มีแก่เขา

   มือใหญ่ที่คอยปัดเส้นผมฉันระหว่างที่อีกมือจับเครื่องเป่าผมโบกส่ายไปมาดูแลให้เส้นผมดกหนาของฉันแห้งหลังจากการสระผมก่อนเข้านอน มือที่คอยบรรจงรินไวน์แดงใส่แก้วแล้วยื่นให้ฉันด้วยรู้ว่าฉันโปรดปราน มือที่คอยจับฉันให้ยืนตัวตรงเพื่อที่เขาจะได้สวมเสื้อแจ็คเก็ตสำหรับซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ให้ฉัน มือเดียวกันนี้ที่คอยปาดคราบครีมกันแดดบนใบหน้าให้ฉัน และเป็นมือเดียวที่ฉันปรารถนาจะกกกอดยามค่ำคืน

   ภาพของผู้ชายตัวโตนั่งรอรถไฟอยู่ที่สถานีย่างกุ้งโดยมีเด็กๆตัวเล็กสกปรกมอมแมมคอยห้อมล้อมและหยอกล้อ เด็กๆปีนป่ายไปตามเนื้อตัวเขาดูน่าขำ รอยยิ้มกว้างและเสียงหัวเราะทุ้มห้าวของเขาทำให้ฉันรู้สึกสุขใจ บนรถไฟเขาดูจะเป็นที่น่าสนใจของคนท้องถิ่น หญิงชราเคี้ยวหมากปากแดงแอบชำเลืองดูเขา ผู้ชายวัยกลางคนนุ่งโสร่งลายยิ้มให้เขาเป็นระยะๆ เด็กชายตัวเล็กสองคนพี่น้องพยายามเอื้อมมือมาสัมผัสเขา ฉันยื่นขนมปังก้อนเล็กให้เขาแล้วบอกให้เขาเอาให้เด็กๆ เขารับไปกึ่งกล้ากึ่งกลัวแล้วยื่นให้เด็ก พอเด็กรับไปเขาก็ยิ้มกว้างหันมามองฉัน รอยยิ้มที่ทำให้ใจฉันอิ่มเอมไปหลายนาที เขา ผู้ชายของฉัน

   ระยะทางแค่หนึ่งร้อยแปดสิบกิโลเมตร แค่หนึ่งร้อยแปดสิบกิโลเมตรเอง มันไม่ได้ยิ่งใหญ่พอที่จะหยุดฉันได้ และอีกไม่กี่วันระยะทางจะเพิ่มเป็นหนึ่งหมื่นหนึ่งพันสี่ร้อยสามกิโลเมตร ตอนนี้ฉันก็แค่ข้ามภูเขาไม่กี่ลูกเพื่อที่จะได้อยู่กับเขาแต่หลังจากนี้ถ้าฉันอยากจะอยู่กับเขาฉันต้องข้ามภูเขานับพันๆลูก ข้าวแม่น้ำ ข้ามทะเล ข้ามมหาสมุทร และข้ามอีกกี่ประเทศกี่ทวีปเพื่อจะได้อยู่ด้วยกัน

    ผู้ชายของฉัน ฉันจะไปหาคุณ ไปหาหัวใจอีกครึ่งดวงของฉัน ไปหาอ้อมอกแข็งแรงอบอุ่น ไปหาความรักของฉัน 



Monday, December 5, 2016

Deep inside


   บทที่สาม

   "คุณ กินขนมปังกับชีสเยอะๆนะนำ้หนักตัวจะได้เพิ่มขึ้น" เสียงทุ้มของคนตัวโตที่นั่งตรงข้ามฉันดังขึ้นระหว่างที่เรากำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเช้าของโรงแรมชื่อดังในพม่า ฉันผงกหัวรับคำและพยายามจัดการกับอาหารเช้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เพราะน้ำหนักตัวที่ลดลงฮวบฮาบจากอาการเจ็บป่วยช่วงหลังทำให้ฉันรู้สึกอ่อนแอ ฉันบรรจงตักน้ำตาลสองช้อนลงในถ้วยกาแฟ คนจนเข้ากันเติมนมสดอีกเล็กน้อยแล้วเลื่อนถ้วยกาแฟไปให้เขา ความสุขเล็กๆของฉันในช่วงเช้าคือการได้ชงกาแฟให้เขาแล้วนั่งดูเขาจิบกาแฟช้าๆ มือใหญ่ที่กุมถ้วยกาแฟทั้งถ้วยไว้ดูอบอุ่นและนุ่มนวล 

   "คุณ นุ่งชุดสวยๆบ้างก็ได้" ฉันก้มลงดูกางเกงฮาเร็มกับเสื้อยืดแขนยาวตัวโคร่งสีมอที่สวมใส่ ฉันเคยชินกับการท่องไปในโลกกว้างเพียงลำพังและด้วยสัญชาตญาณการปกป้องตัวเองจึงทำให้ฉันทำตัวกลมกลืนกับคนพื้นที่นั้นๆให้มากที่สุด "ผมอยู่ข้างๆคุณ ผมจะปกป้องคุณเอง"

   "คุณ เดินระวังๆนะ รถเยอะถนนแคบ ผมกลัวรถจะชนคุณ" เสียงทุ้มเตือนฉันมาจากด้านหลังเป็นระยะๆ ขณะที่เราเดินลัดเลาะไปเรื่อยๆบนถนนแคบๆในเมืองย่างกุ้ง รถรา ผู้คน และสิ่งกีดขวางบนถนนทำให้การเดินต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ฉันเสียอีกที่เคยชินกับสถานการเหล่านี้จึงเดินไปเรื่อยๆโดยไม่ได้กังวลอะไรมากนักเพราะรู้ว่าผู้คนและรถราที่นี่รู้จักหลบหลีกให้กันและกัน 

   "คุณ เดินห่างๆขอบสะพานหน่อย ผมกลัวคุณตก" เขาทำหน้าหวาดเสียวเมื่อเห็นฉันยืนริมขอบสะพานอูเบ็งเพื่อบันทึกภาพพระอาทิตย์ตกดิน ภาพผู้ชายตัวโตสวมหมวกปีกกว้างยืนหันหลังให้พระอาทิตย์ดวงโตสีส้มจัดดูสวยงามอิ่มตา ฉันยกกล้องขึ้นกดแช็ตเตอร์ บันทึกภาพเขาไว้  เราเดินบันทึกภาพไปเรื่อยๆบนสะพานอูเบ็งเมืองมัณฑะเลย์ สะพานไม้เก่าแก่ที่สร้างขึ้นจากไม้พระราชวังเก่า สาวพม่าปะทานาคาเต็มแก้มดูน่ารัก เราหัวเราะให้กันเมื่อเห็นนักท่องเที่ยวชาวจีนกลุ่มใหญ่แบกกล้องราคาแพงลิบเดินขวักไขว่บนสะพาน ใต้สะพานเขาบรรจงหมุนเลนส์โฟกัสไปยังกลางสะพานที่มีพระอาทิตย์สีหมากสุกฉายแสงอยู่ในมุมต่ำ ฉันหยุดบันทึกภาพ ฉันหยุดหายใจ ฉันได้แต่ยืนมองเขา ผู้ชายของฉัน

   ไข่กวนใส่มะเขือเทศและชีส กาแฟใส่น้ำตาลและนม ไวน์แดง ชีส บรี ค้อกเทลในช่วงของแฮปปี้อาวเวอร์ รถอีไบค์คันเล็กขับฝ่าดงเจดีย์ แกงพม่ากับข้าวเปล่าจานโต หุ่นชักพม่า กล้องถ่ายรูป เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ทุกรายละเอียดในความทรงจำของฉัน อ้อมอกอุ่นๆบนเตียงกว้างๆ 

   เขา ผู้ชายของฉัน



Sunday, November 27, 2016

Was a dream


   
        บทที่สอง

   ฉันสะดุ้งตื่นกลางดึกพร้อมเหงื่อที่เปียกชุ่มไปทั้งตัวและความปวดร้าวในหัวใจที่แผ่ขยายไปทั่วร่าง มันชั่งเป็นความฝันที่เหมือนจริงยิ่งนัก ภาพของเขาผู้ชายตัวสูงที่ฉันทุ่มเทความรักและชีวิตให้มาตลอดหลายปีที่ผ่านไป เดินก้าวเท้ายาวๆผ่านฉันไป แม้ว่าฉันจะพยายามร้องขออ้อนวอนให้เขาอยู่กับฉันแค่ไหน เขาก็ยังคงเดินห่างจากฉันไปเรื่อยๆช้าๆจนสุดสายตา ในอุ้งจมูกฉันยังคงได้กลิ่นครีมอาบนำ้จากตัวเขา รอยอุ่นๆจากมือใหญ่เหมือนจะยังคงสัมผัสได้บนหลังมือของฉัน

   "ผมรักคุณ และผมไม่ต้องการคนอื่น" คำพูดสั้นๆที่ออกมาจากปากเขาครั้งนั้น ผู้ชายของฉัน คนตัวโตที่ทิ้งหนวดเครารกครึ้มเต็มใบหน้า ปากบางๆของเขาเม้มเป็นเส้นตรงอย่างพยายามสะกัดกลั้นอารมณ์ภายใน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เราไม่เข้าใจกัน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาจากฉันไป และครั้งแล้วครั้งเล่าที่ฉันบ้าคลั่งเพราะความเจ็บปวดดวงใจ แต่ทุกๆครั้งที่เรากลับมารักกันมันก็ทำให้ฉันลืมความเจ็บปวด ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง โลกทั้งโลกราวกับว่ามีแต่เขาอยู่ตรงหน้าฉัน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ อุ้งมืออุ่นๆของเขาที่กุมมือฉันไว้ในโรงหนัง ป๊อปคอร์นถังโต แก้วเป๊ปซี่ลวดลายเด็กๆที่เราซื้อหาด้วยความขบขัน ฉันกับผู้ชายของฉันในวัยสี่สิบกว่าๆและย่างห้าสิบ มอเตอร์ไซค์คันโตที่มีเขาเป็นผู้ขับขี่มีฉันซ้อนท้ายตะเวนไปบนภูเขาเส้นทางตะเข็บชายแดน ไทย - พม่า ฉันไม่เคยกลัวอะไรเมื่อมีเขาอยู่เคียงข้างเพราะรู้ดีว่าเขาจะดูแลและปกป้องฉัน ซุปเต้าหู้ที่เขาบรรจงเทใส่ชามให้ฉันยามที่ฉันไม่สบาย ระยะทางเกือบสองร้อยกิโลเมตรพร้อมกับมอเตอร์ไซค์คันโตที่เขาดั้นด้นมาหาฉัน ชีสชิ้นนุ่มที่เขาตั้งใจซื้อให้ฉัน อ้อมกอดอุ่นยามค่ำคืนที่ฉันซุกหน้าพร้อมกับแอบฟังเสียงหัวใจเขา 

   ฉันขยับมือควานไปข้างๆสัมผัสถึงร่างอุ่นใกล้ตัว ผู้ชายของฉัน! เขาอยู่ตรงนี้ไม่ได้ไปไหน ยังนอนอยู่ข้างๆฉัน! 

   ผู้หญิงสติแตกอย่างฉัน กับ ผู้ชายสติแตกอย่างเขา กับ ความรักของเรา

    ขอโทษในความงี่เง่าของฉัน ฉันก็แค่รักคุณสุดหัวใจแค่นั้นเอง







Saturday, November 26, 2016

Thank you


    บทที่หนึ่ง

   ขอบคุณ ที่กลับมายืนข้างๆฉัน
   ขอบคุณ ที่โอบกอดฉันไว้ยามค่ำคืน
   ขอบคุณ ที่ยังจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ

   ขอบคุณ คำว่ารักและคิดถึง
   ขอบคุณสำหรับความรักรสขม
  
   ความรักที่แสนจะเจ็บปวด และ ทรมาน



Sunday, November 6, 2016

A storm

   
      
     บทเริ่มต้น

     ความร้อนของกาแฟทีหกออกมาจากถ้วยในมือทำให้ฉันรู้สึกตัว วางถ้วยกาแฟลงแล้วสะบัดมือให้คลายความร้อน ความเจ็บปวดของรอยแดงที่พาดผ่านบนมือฉันมันไม่ได้มากไปกว่ารอยแผลลึกในใจที่เขาทิ้งไว้ให้เกือบหนึ่งปีที่ผ่านไป  หนึ่งปีแห่งความโหดร้าย เจ็บปวดและมืดมนหลังจากที่เขาเดินออกไปจากชีวิตฉัน เกือบหนึ่งปีที่ฉันใช้ชีวิตเหมือนคนหลงทางอยู่กลางป่ากว้างในยามค่ำคืน 

     วันแล้ววันเล่าที่ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมหัวที่หนักอึ้ง คืนแล้วคืนเล่าที่ฉันหลับไปพร้อมน้ำตาชุ่มแก้ม รูปถ่ายพร้อมสิ่งของที่เคยผูกความสัมพันธ์ระหว่างเราถูกฉันกำจัดไปตั้งแต่ระยะแรกๆของการจากลา แต่ความทรงจำและความรู้สึกทุกรายละเอียดไม่เคยลดน้อยลงไปจากใจฉัน ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่เมืองไทย พม่า อินเดีย เวียดนาม หรือที่ไหนๆเขายังคงตามมาอยู่ในห้วงคำนึงของฉัน หลายครั้งหลายคราฉันเกือบแพ้ใจตัวเองและเกือบจะออกตามหาเขาแต่เสียงเล็กๆในใจฉันก็คอยห้ามปรามว่า "มันจะมีประโยชน์อะไรกับการตามหาหัวใจที่ไม่ใช่ของเรา" ความเฉยชา คำพูดอันเจ็บปวดที่ออกมาจากปากเขามันยังคงฝังลึกอยู่ในใจฉัน เขาเข้ามาในชีวิตฉันเมื่อเขาต้องการจะมาและเขาก็จากไปเมื่อเขาหมดความต้องการ มนุษย์โลกคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดร้ายที่สุด และความโหดร้ายของมนุษย์อย่างเขาก็ได้ทำลายหัวใจและความรู้สึกของฉันจนย่อยยับครั้งแล้วครั้งเล่า
   
   ฉันเอื้อมมือไปจับถ้วยกาแฟถ้วยเดิมซึ่งเปลี่ยนสภาพเป็นกาแฟเย็นชืด ความรักก็คงเหมือนกาแฟ ร้อนจัดก็เป็นอันตรายกับคนดื่ม มิ้งไว้นานจนเย็นชืดรสชาติก็ย่อมจางหาย ความรักของฉันคงเหมือนกาแฟแก้วที่อยู่ในมือ.

Wednesday, November 2, 2016

Lost



   
      It takes a lot to hate him

      It takes too much to forget him

      But it took so little to love him

      I have lost somebody who wasn't even mine, and I'm trying to forget him but I'm also waiting for him to come back.
      
      My Lille LOVE STORY