Wednesday, September 18, 2024

The kangaroos!!


วันที่ 10 กันยายน 2524

เจอแล้ว! ตัวเป็นๆ

จิงโจ้จะว่าไปแล้วก็เป็นสัตว์ที่น่าสงสารนะ ขาหลังยาวกว่าขาหน้า จะไปไหนทีก็ลำบากต้องกระโดดฮ๊อป ฮ๊อป หมีโคอาล่ายิ่งไปใหญ่ ถ้าไม่เคี้ยวใบยูคาลิปตัสก็นอนหลับได้ทั้งวัน ดิงโก้ก็ไม่น้อยหน้า นอนอาบแดดผึ่งพุงสบายใจ 😂😂

   

     ตามล่าหาจิงโจ้ หมีโคอาล่า และหมาป่าดิงโก ข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกลจะไม่ไปดูเขาซะหน่อยก็ใช่ที่ จองตั๋วเข้าชมสวนสัตว์ผ่านอโกด้าไว้ตั้งแต่เย็นวานได้โค้ดลดพิเศษแต่ก็ยังอยู่ที่พันกว่าบาท เดินจากที่พักไปขึ้นรถรางที่สถานี China Town ไปลงที่สถานี Circular Quay แล้วเดินต่อไปที่ท่าเรือเฟอร์รี่เพื่อขึ้นเรือไปสวนสัตว์ Taronga Zoo ค่าโดยสารทั้งรถไฟ รถราง เรือ สามารจ่ายง่ายๆด้วยบัตรOpalที่ซื้อไว้ตั้งแต่วันแรกที่มาจากสนามบิน หรือใครไม่มีบัตรOpalก็ใช้บัตรเดบิตที่มีสัญลักษณ์แตะจ่ายก็ได้ ทดลองเอาบัตรของธนาคารสีม่วงแตะแล้วใช้ได้และไม่มีค่าธรรมเนียม เรือเฟอร์รี่พาข้ามมาถึงฝั่งของสวนสัตว์แล้วจะนั่งรถไปข้างบนเลยก็ได้แต่เสียค่าบริการ หรือจะเดินไปเองก็ได้โดยเริ่มจากข้างล่าง ฉันใช้วิธีนั่งรถขึ้นแล้วเดินลงแบบสบายๆเพราะสัญญากับตัวเองไว้ว่าวันนี้จะใจดีกับร่างกาย

สวนสัตว์ที่นี่สวย กว้างใหญ่ จัดระบบระเบียบได้ดีมาก ตัวไหนที่เคยเห็นมาแล้วจากที่อื่นก็มองแบบผ่านๆ สัตว์ที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อนก็ใช้เวลานานหน่อย นกสวยๆ สัตว์เลื้อยคลานแปลกๆ เจอน้องกิ้งก่าคาเมเลี่ยนที่เคยเห็นในหนังเอนิเมชั่น และแน่นอนที่สุดที่ตั้งใจมาดู จิงโจ้ หมีโคอาล่า และหมาป่าดิงโก้ รู้สึกว่าเป็นการจ่ายเงินค่าเข้าชมที่คุ้มค่าเพราะชอบสัตว์อยู่แล้ว ใช้เวลาเดินเที่ยวในสวนสัตว์ครึ่งวันกว่าๆก็เดินลงมาขึ้นเรือกลับแล้วต่อด้วยรถรางเหมือนเดิมแต่ลงระหว่างทางเพราะอยากเดินดูร้านรวงรวมไปถึงไทยทาวน์

 



grandpa





 


my fab Chameleon





 

 

In Sydney

 

วันที่9 กันยายน 2524

 

    วันนี้ตื่นค่อนข้างจะสายหน่อยเพราะไม่ได้วางแผนว่าจะทำอะไรมากนัก หลังจากที่บรรลุเป้าหมายสิ่งที่อยากเห็นในซิดนีย์แล้วก็รู้สึกผ่อนคลายและวันที่เหลือคือกำไรของการเดินทางครั้งนี้ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จตามด้วยกาแฟดำถ้วยจัมโบ้เหมือนเดิมก่อนจะไปติดต่อที่พักสำหรับอยู่ต่ออีกสองคืนเพราะที่นี่สะดวกสบายและบริการดีมาก

     กล้องถ่ายรูป แว่นกันแดด น้ำดื่ม สตรอเบอร์รี่อีกหนึ่งกล่องจัดไว้ในถุงผ้าเรียบร้อยแล้วพร้อมจะสะพายไปเดินเล่นแบบไม่เร่งรีบ จากที่พักมุ่งหน้าไปสวนสาธารณะHyde Park อีกครั้งเพราะเมื่อวานเดินไปแค่ครึ่งบนวันนี้จะมาเดินครึ่งล่าง เดินจนรอบแล้วก็เดินต่อไปครึ่งของด้านบนสวนเลี้ยวขวาออกทางโบส์St Mary เดินขึ้นเนินไปอีกหน่อยก็จะเจอหอศิลป์ Art Gallery of New South Wales ซึ่งแบ่งออกเป็นสองส่วนสองอาคาร ศิลปะร่วมสมัย สมัยใหม่ และศิลปะพื้นเมือง จัดแสดงในอาคารสไตล์คลาสสิกสร้างตั้งแต่ปีคศ.1871 ใช้เวลาในการดูงานศิลปะไปสองชั่วโมงกว่าๆ เลือกดูเฉพาะงานที่ชอบและเข้าถึง ออกจากหอศิลป์เดินเข้ามถนนเยื้องๆจะเป็นทางเข้าSydney Botanic Garden สวนพฤกษศาสตร์แห่งซิดนีย์ ซึ่งเหมาะสำหรับคนชอบต้นไม้ใบหญ้าและพืชพันธุ์อย่างฉันมากที่สุด เดินดูเพลินได้หลายๆชั่วโมงจนลืมเหนื่อย ขึ้นเนินลงเนินไปทางซ้ายทะลุทางขวาจนนาฬิกาจับวัดจำนวนก้าวเตือนแล้วเตือนอีกว่าครบจำนวนก้าวที่ตั้งไว้แล้ว ในสวนมีทั้งคนที่มาเที่ยวเดินเล่นและนักออกกำลังกายเดินวิ่งสวนกันขวักไขว่ บ้างก็หาจุดปูผ้าปิ้กนิ้กหรือนอนเล่น สังเกตดูแล้วคนที่นี่ไม่ชอบแดดเพราะเห็นนั่งนอนกันในร่มใต้ต้นไม้กันเป็นส่วนใหญ่ ฉันชอบแสงแดดแบบนี้ แดดอุ่นๆมากับลมเย็นๆแต่แสงแดดจ้ามากต้องพึ่งแว่นกันแดด นั่งพักเติมพลังด้วยเสบียงที่พกมาด้วยพอหายเหนื่อยก็เดินต่อ หยุดถ่ายรูปOpera Houseจากฝั่งนี้อีกรูปแล้วรูปเล่า ดูเหมือนว่าจากมุมนี้ก็สวยตาแตกเหมือนกัน มองเห็นสะพานที่เดินข้ามเมื่อวานแล้วถามตัวเองว่าเดินได้ยังไงดูแล้วสุดลูกหูลูกตา เดินลัดเลาะไปเรื่อยๆเลียบแนวฝั่ง กลิ่นน้ำทะเลของมหาสมุทรแปซิฟิก เสียงกรีดร้องของนกนางนวล…

 

    ก่อนจะเดินกลับที่พักแวะไปกินอาหารจีนแถวChina Town กว่าจะรู้ว่าน้องๆพนักงานเสิร์ฟเป็นคนไทยก็กินเกือบเสร็จแล้ว ถามน้องๆว่ามาอยู่ที่นี่นานหรือยัง น้องเล่าว่ามาได้ปีกว่าๆ เพื่อนมาก่อนเห็นว่าน่าสนุกก็เลยตามเพื่อนมาเรียนแล้วทำงานพาร์ทไทม์ที่นี่ ครอบครัวเลิกส่งเงินมาให้แล้ว ถ้าอยากอยู่ต่อต้องหาเงินเอง จะกลับไทยไหมในอนาคตก็ยังไม่แน่เพราะที่นี่ทำงานได้เงินเยอะกว่า น้องมีแอบบ่นว่าที่นี่คนไทยเยอะ ใช้ภาษาไทยเยอะกว่าอังกฤษการฝึกภาษาก็เลยช้า ให้กำลังใจน้องๆก่อนจะบอกลาแล้วเดินกลับที่พัก ระหว่างทางแวะซุปเปอร์ลองซื้อTim Tamไปกิน ถ้าอร่อยจะได้ซื้อกลับบ้าน

 
 
 













 

 




 

I am 51 years old!

 วันที่8 กันยายน 2024

     มาถึงช้ากว่าที่คิดไว้หลายปี แต่ก็มาถึงจนได้

Completed! One more of my bucket list destinations.

🎉🎉 Happy 51 Birthday to myself 🎉🎉

 

     วันที่ตื่นมาแล้วอายุครบ51ปี อาบน้ำเสร็จแล้วนั่งจิบกาแฟดำไปหนึ่งถ้วยใหญ่พร้อมทั้งทำแซนวิสสองชิ้นโตๆแพคใส่กระเป๋าเพราะยังไม่หิว ออกเดินจากที่พักไปเรื่อยๆเป้าหมายคือสิ่งที่อยากเห็นมานานหลายสิบปี ผ่านสวนสาธารณะHyde Parkเห็นผู้คนมาเดินเล่นบ้างมาออกกำลังกายบ้างดูคึกคัก สวนสาธารณะที่นี่สะอาดและเป็นระเรียบเรียบร้อยมาก มีพืชพันธุ์ไม้ต่างๆขึ้นผสมผสานกันได้อย่างน่าแปลกประหลาดใจ ต้นลีลาวดี พุดสามสี มอนสเตอร่า ปาล์ม สามารถอยู่ด้วยกันเขียวขจี เดินดูนั่นนี่เพลินไปเกือบสองชั่วโมง

  

    ได้ยินเสียงระฆังมาจากโบสถ์St Marryก็เลยนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันอาทิตย์ เดินเข้าไปนั่งในโบสถ์ทันเวลาพิธีมิสซาพอดีหาที่นั่งแล้วทำจิตใจให้สงบ เสียงออร์แกน เสียงสวดดังก้องกระหึ่ม ควันที่ออกมาจากการกวัดแกว่งของโถเผากำยานในมือผู้นำศาสนาที่เดินอยู่ทำให้บรรยากาศดูขลังและศักดิ์สิทธิ์ เสร็จพิธีกรรมจากโบสถ์แล้วเดินต่อไปเรื่อยๆกว่าจะรู้ตัวก็พบว่าสิ่งที่ตามหามาอยู่ตรงหน้าแล้ว Sydney Opera House สัญญากับตัวเองมาเนิ่นนานว่าถ้าวันครบรอบวันเกิดจะมายืนถ่ายรูปที่นี่ ถึงแม่ว่าจะมาช้าไปหลายปีแต่ก็มาถึงจนได้ เดินข้างล่างจนรอบหนึ่งรอบแล้วเดินขึ้นไปข้างบนแต่ยังไม่หนำใจนั่งเรือเฟอร์รี่ข้ามฝั่งไปเพื่อที่จะเดินข้ามสะพาน Sydney Harbour Bridge กลับมาฟากเดิมและจะได้เห็นโอเปร่าเฮาส์จากมุมสูงซึ่งคิดว่าเป็นมุมที่สวยที่สุด เดินแล้วก็เดินแล้วก็เดินจนน่องตึงไปหมด หิวก็หยุดพักกินแซนวิช ผลไม้ น้ำและขนมชิ้นเล็กๆที่เตรียมใส่กระเป๋ามา เหนื่อยก็นั่งพักดูนกดูต้นไม้ไป นกที่นี่ก็มีหลากหลายพันธุ์บินว่อนไปมาแปลกหูแปลกตาไปหมด ได้เห็นสิ่งที่อยากห็นจนสาสมแก่ใจแล้วก็เดินกลับที่พักใช้เวลาอีกนานพอสมควรแต่เป็นการเดินที่สนุก อากาศไม่ร้อนไม่หนาวถูกใจเป็นที่สุด

 

     ซิดนีย์เต็มไปด้วยผู้คนหลายเชื้อชาติ คนเอเชียน่าจะเป็นอันดับต้น ตามด้วยพวกแขกขาว อินเดีย และอื่นๆ ไม่ว่าจะที่ไหนพนักงานก็จะเป็นคนเหล่านี้ ร้านอาหาร ที่พัก ร้านขายของ การ์ด เดินผ่านเชลเตอร์ที่แจกอาหารพวกไร้บ้านเห็นมีคนผิวขาวมารับอาหาร ถัดออกไปมีคนผิวขาวนอนราบกับพื้นขอเงิน คนผิวขาวอีกคนใส่รองเท้าข้างเดียวเดินขอรับบริจาค ชักจะไม่เข้าใจในสถานการณ์ตรงนี่ต้องขอเวลาศึกษาก่อน

 

















 

The 51th birthday in Sydney : Finally I've made it to Australia

 

  วันที่6 กันยายน 2024

 

    แว๊นน้องพวงแสดออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงเช้าแบบชิวๆ เอาน้องมาจอดไว้ที่สนามบินเพราะสะดวกสบายและประหยัดกว่าขับรถยนต์มาจอดหรือนั่งแท็กซี่ เลือกนั่งไฟล์ทแรกของวันกันพลาด ถึงสนามบินสุวรรณภูมินั่งรออีกครึ่งค่อนวันก่อนได้ขึ้นเครื่อง สแกนพาสปอร์ต ถ่ายรูป แล้วออกนอกประเทศได้เลย เก๋มากทุกอย่างอัตโนมัติ 

 

    ตุ๊บแรกกรุงเทพ-กว่างโจว 3ชั่วโมงเต็ม นั่งรอที่กว่างโจวอีก4ชั่วโมง บวกดีเลย์อีกหนึ่งชั่วโมงเป็น5ชั่วโมง นั่งเล่น เดินเล่นในสนามบินจนเบื่อ ซิมท่องเที่ยวจากเจ้าประจำดันไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ทำงานซะงั้น WiFiฟรีของสนามบินก็ช้าเป็นเต่าจนหยุดทำงานไปดื้อๆ ยังดีที่แลกเงินหยวนติดกระเป๋ามาพอให้ได้ซื้อน้ำซื้อขนมกินแก้เบื่อ ตุ๊บที่สองกว่างโจว-ซิดนีย์ เก้าชั่วโมงกับอีกสิบนาที นั่งจนครบทุกท่าบิดซ้ายบิดขวาจนครบองศา เดินตั้งแต่หัวเครื่องยันท้ายเครื่องเพื่อคลายความเหนื่อยล้า แอบถามตัวเองว่าบ้าไหมที่จองตั๋วแบบบินย้อนไปก่อนแล้วค่อยเริ่มบินไปถึงจุดหมาย บวกกับต้องทนกับความโฉ่งฉ่างอันเป็นเรื่องปรกติของผู้โดยสารเจ้าของสายการบิน แต่เพราะความสงสัยและอยากลองเห็นว่าราคาดีมาก เป็นสายการบินฟูลเซอร์วิสที่ราคาเกือบจะเท่าสายการบินโลวคอส และมีเส้นทางน่าสนใจอยู่หลายเส้นทางที่อยากไป

 

    ถึงซิดนีย์เก้าโมงเช้าของวันที่7กันยายน ระบบด่านตรวจคนเข้าเมืองของสนามบิน Sydney Kingsford Smith มีอยู่2เสต็ป เสต็ปแรกสแกนพาสปอร์ตและถ่ายรูปจากเครื่องอัตโนมัติแล้วจะได้เอกสารออกมาหนึ่งแผ่นมีรูปของเราอยู่บนเอกสารนั้น สเต็ปที่2เดินผ่านประตูเล็กๆแล้วจะมีเจ้าหน้าที่เก็บเอกสารนั้นไป แค่นั้นจริงๆมันง่ายดายมากจนแอบงงเหมือนตอนที่กรอกข้อมูลออนไลน์ยื่นขอวีซ่าเล่นๆไว้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาแล้วผลออกมาว่า “Granted” ยกความดีความชอบให้พาสปอร์ตเล่มที่สองที่ถืออยู่

กระเป๋าไม่ได้โหลดเพราะเอามาแต่เป้เก่าๆกับเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นกับกล้องถ่ายรูปอีกหนึ่งอัน แค่นี้ก็แอบหนักจนอยากจะเอาเสื้อฮู้ดแขนยาวที่ติดมาเผื่อหนาวโยนทิ้ง ท่าทางจะไม่หนาวแล้ว ยื่นใบให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรแบบxทุกอย่าง ไม่มียาเสพติด ไม่มีพืช ไม่มีสัตว์ ไม่ได้ไปอัฟริกาก่อนหน้านี้ ไม่มีเงินสดออสเตรเลียดอลลาร์เกินจำนวนที่กำหนด ไม่มีนั่น ไม่มีนี่ เดินออกมาผ่านฉลุยออกมาข้างนอกแล้วยืนงงๆอยู่พักหนึ่ง….. สุวรรณีเหยยย….. มาถึงแล้วประเทศออสเตรเลีย ครั้งแรกในชีวิต!! ตั้งสติได้ก็ออกมาหาซื้อซิมการ์ด ตามด้วยบัตรOpalเอาไว้ใช้ขึ้นรถขึ้นเรือ นั่งรถไฟจากสนามบินมาลงสถานีMuseumแล้วเดินมาที่พัก

ที่พักขนาดเล็กแต่โลเคชั่นดีมาก อยู่ใจกลางเมืองใกล้สถานีรถไฟ มีร้านรวงต่างๆ ราคาก็พอรับได้ไม่แพงจัดเหมือนที่อัมสเตอร์ดัมปีก่อน อาบน้ำพักผ่อน

 

   อาบน้ำอุ่นจัดหลายสิบนาทีเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย นอนหลับพักผ่อนไปหนึ่งงีบตื่นขึ้นมาปรากฏว่าฟ้ามืดหมดแล้วถึงเวลาออกไปสำรวจเมือง ออกเดินจากที่พักตามGoogle Mapไปเรื่อยๆไปDarling Harbour แอบดีใจที่ฝึกพลังน่องมาบ้างแล้วจากการปั่นจักรยาน ถนนหนทางที่นี่เป็นแบบขึ้นๆลงๆมีเนินค่อนข้างเยอะแต่เดินสนุกเพราะมีสวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น มีนั่นนี่ให้ดูตลอดทาง สองทุ่มครึ่งมีการโชว์ดอกไม้ไฟ นั่งดูจนจบแล้วเดินกลับที่พัก ขากลับแวะซุปเปอร์ซื้อขนมปัง ชีส แฮม ผลไม้ น้ำดื่ม ขนมอีกสองสามอย่างสำหรับมื้อเช้า

 

 
 

 


 

 

Wednesday, September 13, 2023

The 50th

 At my 50th in Hanoi

 The pain doesn't go away, I just learn to live with it...  and its ok