Wednesday, January 13, 2010

Laos


















เพราะว่าครั้งหนึ่งเคยเอ่ยกับชายอันเป็นที่รักว่าอยากนั่งเรือไปหลวงพระบางดูสักครั้ง จึงทำให้ฉันมีวันนี้ หลังจากที่จัดการงานตัวเองเรียบร้อยแล้ว เกือบชั่วโมงสุดท้ายของวันฉันนั่งรถเมล์คันเก่าๆออกจากสถานีขนส่งเชียงรายไปยังเชียงของ ซึ่งชายอันเป็นที่รักได้เดินทางมาถึงก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่ตอนสายรถเมล์คันเก่าๆได้พาฉันมาถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ แทบไม่น่าเชื่อหากเห็นสภาพของรถ มันทำให้ฉันนึกย้อนไปถึงหนังไทยสมัยเก่าประมาณปีเกิดของฉัน
เชียงของยังเป็นเชียงของเมืองอันสงบเงียบ นักท่องเที่ยวที่มาพักที่นี่ ล้วนแต่รอคอยการเดินทางข้ามฝั่งไปยังลาวในวันรุ่งขึ้น ยังไม่ถึงสี่ทุ่มร้านรวงต่างก็เริ่มทยอยปิด คงเหลือแต่บาร์สองสามแห่งที่ยังมีนักท่องเที่ยวที่นั่งดื่มเบียร์และคุยกันเบาๆ
วันรุ่งขึ้นเราไปถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง ตอนแปดโมงเช้าหลังจากผ่านวิธีการของตม.เราได้นั่งเรือข้ามฟากไปยังห้วยทราย และนั่งรถต่อไปยังท่าเรือใหญ่เพื่อต่อเรือไปยังหลวงพระบาง เราได้เลือกใช้บริการเรือสำราญที่ให้บริการครบวงจร อาหารเครื่องดื่มที่พักที่ปากแบงสองวันกับอีกหนึงคืน ค่ำวันที่สองของการเดินทางเรามาถึงหลวงพระบาง หากจะนับไปแล้วมันก็เป็นแค่ระยะเวลาสั้นๆที่ได้ใช้แม่น้ำโขงเป็นเส้นทางสันจรเพราะแม่น้ำโขงมีความยาวรวมทั้งสิ้นถึง 4180 กม.
หลวงพระบางเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ถึงแม่จะคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ เสน่ห์ของหลงพระบางคงจะเป็นเพราะความเป็นชาติลาวของเจ้าของถิ่น สาวชาวลาวยังนุ่งผ้าซิ่นและปล่อยผมให้ยาวเป็นธรรมชาติ หนุ่มลาวแต่งตัวตามสบาย คนสูงอายุมักมีผ้าพาดบ่า สิ่งที่ฉันชอบที่สุดคงเป็นการอ่านป้ายต่างๆในลาว เพราะด้วยความที่ภาษาไทยเหนือกับภาษาลาวมีพื้นฐานภาษาที่ใกล้เคียงกัน ทำให้การท่องเที่ยวในลาวไม่ยากอะไรเลย ฉันก็แค่ใช่คำเมืองในการสื่อสารพวกเขาตอบเป็นคำลาวเราก็เข้าใจกันและกัน
ตลาดหลวงพระบางเป็นอีกแห่งหนึ่งที่ดึงดูดดใจนักท่องเที่ยวเป็นอันมาก สีเขียวของสาหร่ายน้ำโขงดูตัดกับสีม่วงของมะเขือยาวมองดูน่าทึ่ง สินค้าที่ขึ้นชื่ออีกอย่างของที่นี่ก็คือหนังควายตากแห้ง สำหรับเอาไปเผาไฟกินแกล้มเหล้าป่าดีกรีสูงร้อนแรง
เช้าวันหนึ่งฉันได้ไปตักบาตรข้าวเหนียวกับแม่อุ๊ยชาวลาว บรรยากาศรอบข้างดูน่าศรัทธาเลื่อมใส เพราะฉันกับชายที่รักเลือกตรงจุดที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเลย มีแค่ฉัน แม่อุ้ย กับชาวลาววัยกลางคนอีกสองคน ภาพแม่อุ้ยเอาข้าวเหนียวจบเหนือหัวพร้อมกับอธิษฐานตรึงตราอยู่ในใจฉันไปอีกหลายวัน แต่ก็อีกนั่นแหละ อีกไม่ก่ีสิบเมตรถัดจากเราเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่รอตักบาตรเหมือนกันทุกคนสะพายกล้องอันโตแสงเฟรชวูบวาบอยู่ตลอดเวลาพร้อมกับแม่ค้าพ่อค้าชาวลาวร้องขายข้าวเหนียว สำหรับฉันก็เลือกจดจำแต่สิ่งที่ฉันอยากจะจดจำ
จากหลวงพระบางเราย้ายไปเวียงจันทร์โดยใช่บริการของสายการบินลาว แค่ไม่กี่ชั่วโมงเราก็ถึงจุดหมาย ห้องพักริมน้ำโขง ฉันมองไปยังฝั่งตรงข้ามพร้อมกับนึกสงสัยนั่นมันเมืองอะไร มารู้ทีหลังว่าคือหนองคายประเทศไทยเรานั่นเอง แปลกจริงเดินทางมาไกลแสนไกล มานั่งอยู่หน้าของบ้านเมืองตัวเอง

Friday, December 18, 2009

Suwannee's hut กระท่อม สุวรรณี
















ฉันเป็นคนที่ช่างคิดช่างฝัน มีจินตนาการ ความคิดมากมายแล่นอยู่ในหัว บางจินตนาการก็เป็นแค่จินตนาการ แต่บางจินตนาการก็กลายมาเป็นความจริง ตอนที่ฉันเดินท่อมๆอยู่ที่ใดที่หนึ่งในประเทศปาปัวนิวกีเนีย ตาก้อเหลือบไปเห็นกระท่อมหลังน้อย น่ารักน่าชัง สร้างด้วยวัสดุง่ายๆ ไม่มีค่าอะไรมากนัก แต่ภาพของผู้คนที่นั่นกลับทำให้ฉันประทับใจมากเหลือเกิน ดูพวกเขาภูมิใจและมีความสุขกับการนั่งผิงไฟใกล้กระท่อมน้อย ความสุขเป็นความอิ่มเอมทางจิตใจอันไม่มีสิ่งใดเปรียบได้ ฉันมักจะสัมผัสกับความสุขเมื่อฉันได้อยู้ใกล้กับคนที่มีความสุข และความสุขในแง่คิดของฉันคือความสุขอันนุ่มลึก อิ่มเอิบและยาวนาน
หลังจากที่กลับจากปาปัวนิวกีเนียได้พักหนึ่ง ฉันก็ตัดสินใจปลูกกระท่อม เริ่มง่ายๆด้วยการวาดรูปหกเหลี่ยมลงบนดิน แล้วขุดหลุมหกหลุม ฉันมีความสุขเมื่อฉันขุดหลุมแรก จำนวนหลุมที่เพิ่มมากขึ้นพร้อมกับความเหนื่อย แต่ฉันก้อยังไม่ท้อ หกหลุมแต่ละหลุมลึกประมาณ70-80เซนติเมตร ผ่านขั้นตอนขุดหลุมก็มาถึงการลงเสา ฉันยังมองเห็นภาพตัวเองในวันนั้น เสาไม้อันแสนจะหนักที่พยายามใส่ลงไปในหลุม มันทำให้ฉันถึงกันจับไข้ในวันนั้น มันคงจะหนักเกินไปสำหรับมนุษย์ตัวเล็กๆคนหนึ่ง ความคิดนี้ทำให้ฉันนึกโกรธตัวเองขึ้นมาหน่อยหนึ่ง ทำไมถึงทำเองไม่ได้ ฉันนึกอยู่เสมอว่าฉันทำอะไรได้เองมากมายหลายอย่าง เรียกว่าดันทุรังมากเชียวแหละ มาถึงขั้นตอนการเทคาน คราวนี้เรามาช่วยกันสามคน ฉัน พ่อและแม่ ทำให้ฉันนึกผิดขึ้นมาที่คนแก่ต้องมาลำบากกับฉัน แต่หากมองอีกแง่หนึ่ง มันก็ทำให้ฉันมองเห็นภาพของคำว่าครอบครัวได้ลึกซึ้งขึ้น แม่ของฉันเป็นผู้หญิงเก่งและแข็งแรง พ่อมีฝีมือทางการก่อสร้างอยู่แล้ว เราสามคนช่วยกันเทคานเฉพาะช่วงเย็น ตอนที่แดดไม่ร้อนจัดและทำเฉพาะวันที่เราอยากทำ more coming soon..

Monday, November 9, 2009

Turkey





Maya routh







                                               Mexico Guatemala Honduras and Balize

Egypt









Monday, September 28, 2009

Who am I ? ฉันคือใคร?

ฉันคือคนอีกฟากหนึ่งของสะพาน


Thursday, September 24, 2009

Chiangmai เชียงใหม่

      สองวันที่แล้วมีเหตุให้ฉันต้องไปเชียงใหม่ หลังจากที่รำ่เรียนจนจบหลักสูตรมัคคุเทศก์ทั่วไปภาษาต่างประเทศแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องไปขึ้นทะเบียนที่สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยวเชียงใหม่ ไปเชียงใหม่คราวนี้ฉันเลือกใช้บริการรถเมล์เขียว ป๒ ค่าบริการ ๑๓๒ บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๓ ชั่วโมง  รถเมล์เขียวจากเชียงรายไปเชียงใหม่เด๋ยวนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ที่นั่งสะดวกสบายพนักงานพูดจาเพราะหูรวมไปถึงถนนที่ตัดใหม่ไม่ค่อยโค้งมากนักทำให้ฉันเริ่มจะรักรถเมล์เขียวขึ้นมาบ้างและภาพของตัวฉันเมื่อ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมาบนรถเมล์เขียวพัดลมที่มีบริการถุงอ้วกซึ่งฉันก็ใช้บริการถุงนี้ทุกๆครั้งเริ่มจางลงไป ลาก่อนถุงอ้วก ลาก่อนทางโค้งและชัน ลาก่อนระยะเวลาถึง๔ ชั่วโมงกว่า ยินดีต้อนรับสู่การเดินทางในรูปแบบใหม่กับรถเมล์เขียว....
      หลังจากเสร็จธุระที่สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว ฉันตัดสินใจพักที่เชียงใหม่ ๑คืน เพื่อจะไปชิมอาหารคำ่ที่ Tara Bar and Restaurant ร้านเปิดใหม่ริมแม่นำ้ปิงตามคำแนะนำของบริษัทโฆษณาที่ฉันเกี่ยวดองอยู่ คำ่คืนที่เชียงใหม่ที่มีเพียงแค่ตัวฉันเองไร้คนเคียงข้างไม่ทำให้ฉันรู้สึกเหงา บางครั้งการนั่งกินข้าวคนเดียว ดื่มและฟังเพลงคนเดียวหรือเดินทางเพียงลำพังก็ทำให้ฉันสัมผัสถึงอาณุภาพของคำว่า "อิสระภาพ" ที่ฉันเป็นเจ้าของ และค่อนข้างจะมีความสุขใจกับมันอยู่เสมอ