Sunday, November 27, 2016

Was a dream


   
        บทที่สอง

   ฉันสะดุ้งตื่นกลางดึกพร้อมเหงื่อที่เปียกชุ่มไปทั้งตัวและความปวดร้าวในหัวใจที่แผ่ขยายไปทั่วร่าง มันชั่งเป็นความฝันที่เหมือนจริงยิ่งนัก ภาพของเขาผู้ชายตัวสูงที่ฉันทุ่มเทความรักและชีวิตให้มาตลอดหลายปีที่ผ่านไป เดินก้าวเท้ายาวๆผ่านฉันไป แม้ว่าฉันจะพยายามร้องขออ้อนวอนให้เขาอยู่กับฉันแค่ไหน เขาก็ยังคงเดินห่างจากฉันไปเรื่อยๆช้าๆจนสุดสายตา ในอุ้งจมูกฉันยังคงได้กลิ่นครีมอาบนำ้จากตัวเขา รอยอุ่นๆจากมือใหญ่เหมือนจะยังคงสัมผัสได้บนหลังมือของฉัน

   "ผมรักคุณ และผมไม่ต้องการคนอื่น" คำพูดสั้นๆที่ออกมาจากปากเขาครั้งนั้น ผู้ชายของฉัน คนตัวโตที่ทิ้งหนวดเครารกครึ้มเต็มใบหน้า ปากบางๆของเขาเม้มเป็นเส้นตรงอย่างพยายามสะกัดกลั้นอารมณ์ภายใน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เราไม่เข้าใจกัน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาจากฉันไป และครั้งแล้วครั้งเล่าที่ฉันบ้าคลั่งเพราะความเจ็บปวดดวงใจ แต่ทุกๆครั้งที่เรากลับมารักกันมันก็ทำให้ฉันลืมความเจ็บปวด ลืมทุกสิ่งทุกอย่าง โลกทั้งโลกราวกับว่ามีแต่เขาอยู่ตรงหน้าฉัน รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ อุ้งมืออุ่นๆของเขาที่กุมมือฉันไว้ในโรงหนัง ป๊อปคอร์นถังโต แก้วเป๊ปซี่ลวดลายเด็กๆที่เราซื้อหาด้วยความขบขัน ฉันกับผู้ชายของฉันในวัยสี่สิบกว่าๆและย่างห้าสิบ มอเตอร์ไซค์คันโตที่มีเขาเป็นผู้ขับขี่มีฉันซ้อนท้ายตะเวนไปบนภูเขาเส้นทางตะเข็บชายแดน ไทย - พม่า ฉันไม่เคยกลัวอะไรเมื่อมีเขาอยู่เคียงข้างเพราะรู้ดีว่าเขาจะดูแลและปกป้องฉัน ซุปเต้าหู้ที่เขาบรรจงเทใส่ชามให้ฉันยามที่ฉันไม่สบาย ระยะทางเกือบสองร้อยกิโลเมตรพร้อมกับมอเตอร์ไซค์คันโตที่เขาดั้นด้นมาหาฉัน ชีสชิ้นนุ่มที่เขาตั้งใจซื้อให้ฉัน อ้อมกอดอุ่นยามค่ำคืนที่ฉันซุกหน้าพร้อมกับแอบฟังเสียงหัวใจเขา 

   ฉันขยับมือควานไปข้างๆสัมผัสถึงร่างอุ่นใกล้ตัว ผู้ชายของฉัน! เขาอยู่ตรงนี้ไม่ได้ไปไหน ยังนอนอยู่ข้างๆฉัน! 

   ผู้หญิงสติแตกอย่างฉัน กับ ผู้ชายสติแตกอย่างเขา กับ ความรักของเรา

    ขอโทษในความงี่เง่าของฉัน ฉันก็แค่รักคุณสุดหัวใจแค่นั้นเอง







Saturday, November 26, 2016

Thank you


    บทที่หนึ่ง

   ขอบคุณ ที่กลับมายืนข้างๆฉัน
   ขอบคุณ ที่โอบกอดฉันไว้ยามค่ำคืน
   ขอบคุณ ที่ยังจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ

   ขอบคุณ คำว่ารักและคิดถึง
   ขอบคุณสำหรับความรักรสขม
  
   ความรักที่แสนจะเจ็บปวด และ ทรมาน



Sunday, November 6, 2016

A storm

   
      
     บทเริ่มต้น

     ความร้อนของกาแฟทีหกออกมาจากถ้วยในมือทำให้ฉันรู้สึกตัว วางถ้วยกาแฟลงแล้วสะบัดมือให้คลายความร้อน ความเจ็บปวดของรอยแดงที่พาดผ่านบนมือฉันมันไม่ได้มากไปกว่ารอยแผลลึกในใจที่เขาทิ้งไว้ให้เกือบหนึ่งปีที่ผ่านไป  หนึ่งปีแห่งความโหดร้าย เจ็บปวดและมืดมนหลังจากที่เขาเดินออกไปจากชีวิตฉัน เกือบหนึ่งปีที่ฉันใช้ชีวิตเหมือนคนหลงทางอยู่กลางป่ากว้างในยามค่ำคืน 

     วันแล้ววันเล่าที่ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมหัวที่หนักอึ้ง คืนแล้วคืนเล่าที่ฉันหลับไปพร้อมน้ำตาชุ่มแก้ม รูปถ่ายพร้อมสิ่งของที่เคยผูกความสัมพันธ์ระหว่างเราถูกฉันกำจัดไปตั้งแต่ระยะแรกๆของการจากลา แต่ความทรงจำและความรู้สึกทุกรายละเอียดไม่เคยลดน้อยลงไปจากใจฉัน ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่เมืองไทย พม่า อินเดีย เวียดนาม หรือที่ไหนๆเขายังคงตามมาอยู่ในห้วงคำนึงของฉัน หลายครั้งหลายคราฉันเกือบแพ้ใจตัวเองและเกือบจะออกตามหาเขาแต่เสียงเล็กๆในใจฉันก็คอยห้ามปรามว่า "มันจะมีประโยชน์อะไรกับการตามหาหัวใจที่ไม่ใช่ของเรา" ความเฉยชา คำพูดอันเจ็บปวดที่ออกมาจากปากเขามันยังคงฝังลึกอยู่ในใจฉัน เขาเข้ามาในชีวิตฉันเมื่อเขาต้องการจะมาและเขาก็จากไปเมื่อเขาหมดความต้องการ มนุษย์โลกคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดร้ายที่สุด และความโหดร้ายของมนุษย์อย่างเขาก็ได้ทำลายหัวใจและความรู้สึกของฉันจนย่อยยับครั้งแล้วครั้งเล่า
   
   ฉันเอื้อมมือไปจับถ้วยกาแฟถ้วยเดิมซึ่งเปลี่ยนสภาพเป็นกาแฟเย็นชืด ความรักก็คงเหมือนกาแฟ ร้อนจัดก็เป็นอันตรายกับคนดื่ม มิ้งไว้นานจนเย็นชืดรสชาติก็ย่อมจางหาย ความรักของฉันคงเหมือนกาแฟแก้วที่อยู่ในมือ.

Wednesday, November 2, 2016

Lost



   
      It takes a lot to hate him

      It takes too much to forget him

      But it took so little to love him

      I have lost somebody who wasn't even mine, and I'm trying to forget him but I'm also waiting for him to come back.
      
      My Lille LOVE STORY


     

Monday, October 17, 2016

Yangon


     Yangon, Myanmar

     October 2016

     Return to Yangon after 3 months and I still LOVE Yangon and LOVE Myanmar. 

     Don't think complicate things.
     Just feel, and if it feels like home then follow the path.
   
    
      






















    

Wednesday, October 5, 2016

Mingalaba


    
               ความรักเป็นสิ่งสวยงาม
               เป็นความสุขที่หอมหวาน

             ความผิดหวังในรักเป็นสิ่งโหดร้าย
             เป็นความมืดมิดในโลกว้าง

               เวลาจะรักษาบาดแผลในใจ
               เป็นตัวเยียวยาและดูแลหัวใจดวงน้อย

                 พราะชีวิตยังสวยงามอยู่เสมอ  

       
          It's OK even my heart still hurts
   

    When something good happens, travel to celebrate.
    When something bad happens, travel to forget.
    When nothing happens, travel to make something happen.

     43 is a good number
     First official outbound tour with Suwannee Thai Cooking Class Chiangrai & Tours

     Mingalaba..... here I come












Saturday, September 17, 2016

Incredible India


    Namaste Day 12
    New Delhi - Bangkok - Chiangrai


   เช้าสุดท้ายในอินเดีย ฉันวางแผนไว้ว่าจะนั่งจิบจัยร้อนๆในห้องเป็นการสั่งลาอินเดียแต่หลังจากที่ พยายามโทรศัพท์ติดต่อรูมเซอร์วิสหลายทีก็ไม่มีเสียงตอบรับฉันจึงยอมแพ้ มันคงไม่ใช่ประสงค์ของพระเจ้า ดังเช่นคนที่นี่เขาพูดกัน อาบน้ำแต่งตัวประณีตกว่าทุกวัน กางเกงยีนส์พร้อมเสื้อแขนยาวที่ใส่มาวันแรกและมันก็ถูกยัดไว้ใต้ลึกสุดซอก เป้ถูกหยิบมาใส่อีกครั้ง ครีมรองพื้น แป้งพัฟทาหน้า ดินสอเขียนคิ้วก็กลับมาทำหน้าที่ของมันหลังจากที่หยุดพักไปเกือบสองอาทิตย์ ยังมีคนอีกหลายคนในโลกนี้ที่ตัดสินคนอื่นจากลักษณภายนอก และฉันก็รู้ดีว่าบางทีลักษณะภายนอก บุคลิก การแต่งกาย มันก็ช่วยให้การใช้ชีวิตมันง่ายขึ้นและเป็นที่ยอมรับง่ายกว่า

    เช็คเอ้าท์แล้วเดินแบกเป้พร้อมหิ้วกระเป๋าใบใหม่ที่ใช้บรรจุของฝากซื้อออกมา ด้านหน้าโรงแรม มองหาคนขับริกชอว์ที่นัดหมายไว้เมื่อวานแต่ไม่เจอ หลังจากรออยู่ห้านาทียังไม่มาฉันก็ตัดสินใจเรียกริกชอว์คันอื่น สำหรับวันนี้เวลามันสำคัญเกินกว่าที่จะเอามาล้อเล่น บอกจุดหมายกับเด็กหนุ่มคนขับว่าจะไปสถานีรถไฟใต้ดินสำหรับแอร์พอร์ตเอ็กซ์ เพรซ เด็กหนุ่มตบเบาะรถให้ขึ้นมานั่งแต่ฉันถามราคาก่อน เขาบอกราคาเท่ากับราคาที่ตกลงกับคนขับอีกคนที่เขาไม่มาฉันจึงตกลงขึ้นรถ ออกรถไปได้สักพักเขาหันมาถามฉันด้วยภาษาอังกฤษกระท่อนกระแท่นพอจับความได้ ว่าฉันจะไปไหน วินาทีนั้นฉันเหมือนจะรู้ชะตาตัวเองแล้วว่าคงจบไม่สวย ฉันย้ำกับเขาว่าเมโทรสเตชั่นสำหรับแอร์พอร์ต เขาทำหน้ามึนๆแต่ก็ขับไปเรื่อยๆและสุดท้ายก็มาส่งที่สถานีเมโทร ฉันมองดูรอบๆแต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นสถานีที่ฉันขึ้นมาจากสนามบินวันก่อน หิ้วกระเป๋าใบเขื่องที่เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆพร้อมเป้อีกหนึ่งใบบนหลังลงไป ที่สถานี พยายามถามคนหลายๆคนที่เดินสวนไปมาแต่ก็ไม่เจอคนที่เข้าใจภาษาอังกฤษจน สุดท้ายเดินไปถามพนักงานขายตั๋ว เขายื่นเหรียญให้ฉันพร้อมบอกว่าแปดรูปี ฉันย้ำกับเขาว่าไปสนามบิน เขาก็พยักหน้าพร้อมกับบอกอีกครั้งว่าแปดรูปี ตอนนั้นฉันคิดว่าคงหมายถึงให้ขึ้นสถานีนี้แล้วไปลงอีกสถานีแล้วไปต่อเมโทร ที่นั่นสำหรับไปสนามบินเพราะแปดรูปีมันไม่น่าจะใช่ราคาค่าโดยสารไปสนามบิน จำได้ว่าขามาวันก่อนฉันจ่ายไปห้าสิบรูปี อากาศตอนแปดโมงเช้ากำลังสบายแต่ฉันรู้สึกเริ่มร้อนใจก็เลยตัดสินใจหยอด เหรียญเดินผ่านไปอีกฟากโดยไม่ขึ้นเมโทรเพราะคิดว่าอย่างน้อยก็กลับขึ้นไป ข้างบนได้และหารถคันอื่นหรือวิธีอื่น ดาต้าโรมมิ่งในโทรศัพท์ก็ใช้งานไม่ได้ในเวลานั้น ไม่มีอินเตอร์เน็ตในการเดินทางฉันก็เหมือนตาบอด เดินมาสักพักเจอเด็กผู้หญิงฉันรีบเข้าไปทักเพราะอายุเด็กขนาดนี้คงเป็น นักเรียนและนักเรียนก็ต้องพูดภาษาอังกฤษได้ ฉันเดาถูกแต่เธอไม่สามารถช่วยฉันได้เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าฉันต้องขึ้นเมโทร สถานีไหน ขณะที่ฉันเกือบท้อก็มีคนเข้ามาช่วย ฉันต้องเรียกเขาว่าฮีโร่ พระเอก และเจ้าชาย เขาบอกว่าเขาเองก็กำลังจะไปเส้นทางสนามบินแต่จะลงหนึ่งสถานีก่อนฉัน เขาว่าเราต้องเดินสิบนาทีจากสถานีนี้ไปขึ้นเมโทรสถานีหน้า ฉันรู้สึกล้าที่แขนและขาเพราะกระเป๋าใบใหม่ก็หนักไม่ใช่เล่น เขาบอกว่างั้นนั่งริกชอว์ไปกันมั๊ย ฉันตอบตกลงและอาสาจะเป็นคนจ่ายค่าโดยสารให้เอง จากนั้นฉันและเขาซึ่งกลายสภาพเป็นเราก็นั่งริกชอว์ไปไปสถานีเมโทร เขาแย่งจ่ายค่าโดยสารริกชอว์พร้อมกับหิ้วกระเป๋าให้ฉัน พาไปซื้อเหรียญและช่วยแม้กระทั่งแตะเหรียญให้ประตูเปิด ฉันพึ่งเข้าใจว่าสโนว์ไวท์รู้สึกอย่างไรตอนเจ้าชายเอารองเท้าแก้วมาสวมให้ ฉัน ผู้หญิงอายุสี่สิบสามปี เคยมีผู้ชายผูกเชือกรองเท้าให้ เคยมีผู้ชายแต่งเพลงให้ เคยมีผู้ชายเขียนคำนิยามให้ฉันในหนังสือเล่มขายดีของเขา เคยมีผู้ชายสระผมและเป่าผมให้ แต่ไม่เคยม่ผู้ชายคนไหนแตะเหรียญโดยสารเมโทรให้ฉัน มันคงเป็นประสงค์ของพระเจ้า เจ้าชายอินเดียของฉัน ฮีโร่ของฉัน พระเอกของฉัน ในเมโทรเรานั่งคุยกันหลายเรื่องและจบท้ายด้วยการถ่ายเซลฟี่ด้วยกันและแลก เบอร์Whats App ตามธรรมเนียมอินเดีย

    มาถึงสนามบินเวลากำลังดี พนักงานสายการบินทำท่าอิดออดเมื่อเห็นขนาดกระเป๋าที่ฉันบอกว่าเป็นกระเป๋า ถือ เขาพยายามจะให้ฉันโหลดเข้าใต้ท้องเครื่องแต่ฉันอธิบายว่าพอถึงกรุงเทพฉัน ต้องรีบไปต่อเครื่องภายในประเทศและมีเวลาแค่หนึ่งชั่วโมง เขาแนะนำให้ฉันไปคุยกับหัวหน้าเขา ใช้เวลาคุยไม่ถึงสองนาทีฉันก็ได้เข้าไปนั่งรอหน้าประตูขึ้นเครื่องพร้อม กระเป๋าและเป้ โชคดีชะมัด ไวน์แดงแก้วโตบนเครื่องทำให้ใจฉันสงบลง อาหารไทยมื้อแรกในรอบสิบสองวันถึงแม้จะเป็นแค่อาหารบนเครื่องบินแต่ฉันก็ รู้สึกว่ามันอร่อย เปิดที่พักแขนของเก้าอี้ทั้งแถวที่มีฉันนั่งเพียงคนเดียวออกแล้วล้มตัวนอน ฝันถึงอินเดีย ต่อเครื่องมาเชียงรายได้ทันเวลาสบายๆ อีกครึ่งชั่วโมงกับเวสป้าที่เอาไปจอดไว้ที่สนามบินฉันก็กลับมานั่งอยู่ที่ โต๊ะทำงาน สะสางงานที่ค้างไว้ ส่งรูปให้ลูกค้า อีเมล์ เอกสารอีกสองสามแผ่น

    เช้านี้ฉันทิ้งอินเดียไว้ข้างหลังฉัน แต่อินเดียก็จะอยู่ในความทรงจำฉันไปอีกนานแสนนาน การเดินทางหลายๆครั้งของฉันทำให้ฉันลบล้าง ทฤษฎีเขาว่า ไปได้อย่างหมดจด เขาว่า ใครว่า คนนี้ว่า คนนู้นว่า มันไม่ได้สำคัญไปกว่า ฉันลงมือทำ การเดินทางอันยิ่งใหญ่ของคนตัวเล็กๆ
Incredible India!


      The only impossible journey is the one you never begin.