Wednesday, April 19, 2023

Amsterdam

 

Amsterdam Day 2
 
    เช้าวันใหม่ของเมืองAmsterdamปกคลุมไปด้วยเมฆฝนสีเทาตัดกับตึกสีน้ำตาลบ้างขาวบ้างและสีน้ำเงินบ้างทำให้บรรยากาศดูน่าค้นหา ฉันตื่นมานั่งเขียนบันทึกอย่างเงียบๆตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงสายเพราะหนุ่มๆเพื่อนร่วมห้องทั้ง4คนยังคงสลบไสลไปด้วยฤทธิ์ของปาร์ตี้เมื่อคืน แง้มผ้าม่านหน้าต่างออกนิดหน่อยพอให้แสงสว่างลอดเข้ามาได้และมองออกไปข้างนอกได้ ที่พักเป็นโฮสเทลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองและสถานีหลักของAmsterdam มองออกไปด้านล่างเห็นรางรถTramและร้านรวงต่างๆสำหรับนักท่องเที่ยว สายๆเพื่อนร่วมห้องเริ่มตื่นก็พอดีกับที่ฉันเขียนบันทึกจบลง เราคุยกันนิดหน่อยก่อนที่จะบอกลากันไป พวกเขาขับรถกลับประเทศอังกฤษส่วนฉันย้ายที่พักไปอีกที่หนึ่งไม่ไกลจากที่เดิมมากนักและสะดวกกว่าสำหรับการเดินทางไปสนามบินวันพรุ่งนี้ 
 
    จัดการขนย้ายสัมภาระเข้าที่พักใหม่ซึ่งก็เป็นโฮสเทลเหมือนกันแต่อยู่ในตึกที่มีลิฟท์ทำให้การขนย้ายกระเป๋าเป็นไปได้ง่ายกว่ามากและราคาที่พักก็ถูกกว่ากันครึ่งต่อครึ่ง จะว่าไปแล้วฉันเลิกคิดถึงเรื่องจำนวนเงินไปแล้วเพราะคิดอยู่ว่าไม่ได้มาเนเธอร์แลนด์ทุกวันและในเมื่อฉันอยู่ที่นี่วันนี้ฉันจะอยู่จะกินตามที่ใจปรารถนา ไม่มีอะไรมาปิดกั้นและหยุดยั้งได้ เงินที่ฉันหามาด้วยความเหนื่อยยากมันจะถูกใช้ให้สนองความต้องการของฉันเอง หลังจากอาหารเช้าง่ายๆก็เดินลัดเลาะไปตามถนนจนใกล้จะถึงคลองริมสถานีรถไฟเห็นมีทัวร์นั่งเรือชมคลองกำลังจะออกจากท่าก็เลยรีบไปซื้อตั๋วและได้ขึ้นเรือทันเวลาเป็นคนสุดท้ายพอดี Canal Tours เป็นอีกทัวร์ที่ขึ้นชื่อของเมืองAmsterdam เพราะที่นี่มีคลองเยอะแยะไปหมดและมีผู้คนอาศัยอยู่บนเรือในคลองเป็นเหมือนบ้าน คนขับเรือถามว่าฉันสะดวกจะฟังคำอธิบายเป็นภาษาไหนทำให้ฉันเพิ่งคิดขึ้นได้ว่าตัวเองฟังพูดอ่านเขียนภาษาดัชท์ได้และใช้ชีวิตเกือบสองสัปดาห์ด้วยภาษาดัชท์ บางครั้งก็มัวแต่ปล่อยชีวิตไปตามวิถีจนลืมไปเสียสนิทถึงเรื่องราวพื้นฐาน
 
     Canal Tours พาฉันล่องคลองไปเรื่อยๆพร้อมเรื่องราวของAmsterdamและชีวิตริมน้ำ ในอดีตเจ้าของบ้านจะจ่ายภาษีตามขนาดของความกว้างของบ้านเพราะฉะนั้นจะเห็นบ้านหลายหลังมีหน้าแคบๆไม่ถึงสองเมตรแต่สูงหลายๆชั้นแทรกตัวติดกับบ้านที่มีขนาดกว้างกว่า บ้านหลังนั้นเป็นที่อยู่ของผู้ว่าเมือง ตึกนั้นเป็นโรงโอเปร่า โน่นเป็นโบสถ์เก่า หนึ่งชั่วโมงกับค่าตั๋ว13ยูโรรู้สึกสมเหตุสมผล ครั้งหนึ่งนานมาแล้วยี่สิบปีก่อนฉันเคยเชิญพี่สาวคนโตมาเที่ยวเนเธอร์แลนด์และก็ได้พาเขามาขึ้นเรือชมคลองที่นี่เหมือนกัน เวลาผ่านไปเร็วและผ่านไปเรื่อยๆ
 
     ขึ้นจากเรือก็เดินต่อไปเรื่อยๆแวะร้านนั้นร้านนี้ได้เสื้อยืดตัวโคร่งเอามาไว้ใส่ปั่นจักรยานหนึ่งตัว อยากซื้อนั่นนี่แต่เกรงว่าจะหอบไม่ไหวเพราะตอนนี้กระเป๋าก็หนังอึ้งแล้ว เดินเข้าไปในห้างHEMAสั่งชาร้อนหนึ่งแก้วกับApple flap หรือพายแอปเปิลหนึ่งชิ้นมานั่งกินรำลึกถึงความหลังสมัยที่ใช้ชีวิตอยู่แถบBrabant ทุกวันศุกร์หลังเลิกงานจะขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อซื้ออาหารไว้ให้พอกินตลอดสัปดาห์ พอซื้อของเสร็จก็จะไปนั่งที่คอฟฟี่ช็อปของห้างHEMAสั่งชาร้อนกับApple flap ศุกร์แล้วศุกร์เล่ายาวนานถึงเจ็ดแปดปี วันนี้ฉันกลับมาอีกครั้งมานั่งจิบชาร้อนช้าๆ กัดพายคำเล็กๆ หลับตาลงแล้วนึกถึงอตีตวันคืนที่ผ่านไปของฉันในเนเธอร์แลนด์
 
      ช่วงค่ำๆออกไปเดินเล่นอีกครั้ง เดินไปถึงไชน่าทาวน์แวะร้านอาหารจีนสั่งบะหมี่น้ำเป็ดย่างมาทานพร้อมกับcassisหนึ่งขวด cassisคือแฟนต้ายี่ห้อหนึ่งมีสีออกม่วงๆเหมือนน้ำองุ่น เมื่อก่อนตอนอยู่ที่นี่ดื่มบ่อยมากแต่ไม่เห็นมีขายในเมืองไทย บะหมี่เน้ำเป็ดย่างร้านเดิมกับที่เคยกินเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้ว รสชาติก็ยังเหมือนเดิมคือไม่ว่าจะปรุงยังไง ใส่พริกใส่ซ้อสอะไรก็ไม่มีทางอร่อยขึ้นมาได้ แต่ก็นั่งกินจนหมดชามเพื่อระลึกถึงอดีต เดินข้ามถนนมาอีกไม่กี่มากน้อยก็มาถึงred light district แหล่งทำมาหากินของหญิงบริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เขาจะเช่าห้องเล็กๆลักษณะเหมือนตู้กระจกแล้วตกแต่งด้วยไฟสีแดงสวย ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นยืนให้ลูกค้าเลือกซื้อบริการอยู่ในตู้ วันนี้ดูจะเงียบเหงากว่าเมื่อก่อนมากเพราะหลายๆห้องมากกว่า50เปอร์เซ็นต์ติดป้ายให้เช่า นอกจากจะมีหญิงขายบริการแล้วก็ยังมีพิพิธภัณฑ์เซ็กส์ พิพิธภัณฑ์โสเภณี ร้านขายเซ็กส์ทอยและเครื่องมือเครื่องเล่นบำบัดอารมณ์หลายรูปแบบ 
 
     เดินหลายชั่วโมงจนรู้สึกเมื่อยก็เลยหยุดพักที่คาเฟ่ริมทาง นั่งข้างนอกแต่ไม่หนาวเพราะมีฮีตเตอร์ให้ สั่งเบียร์ขาวของโรงเบียร์อัมสเตอร์ดัมมาชิมได้รสชาติก็คล้ายๆกับเบียร์ขาวของเบลเยี่ยมอย่างhoegaardenแต่เปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์คงจะแรงกว่าเพราะพอดื่มหมดแก้วก็รู้สึกตึงๆหน้า พอหายเมื่อยออกเดินต่อข้ามสะพานใหญ่น้อยหยุดมองคลองบ้างผู้คนบ้างก่อนจะเดินกลับโฮสเทลก็แวะสั่งลาจัตุรัสดามและอีกหลายๆสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองAmsterdam 
 
        แค่แวะมาเยี่ยมเยียน ไม่ได้อยากจะครอบครอง
 
















 
 

Amsterdam

 

Amsterdam here I come …
 
     บอกลาเมืองEindhovenหลังจากที่ทานอาหารเช้ากับเจ้าของสถานที่เรียบร้อยแล้ว การร่ำลาไม่ใช่สิ่งที่โปรดปรานแต่ก็ต้องก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้ จนกว่าโลกเหวี่ยงให้เรามาเจอกันอีก หรือเหวี่ยงให้เราแยกย้ายจากกันไปชั่วชีวิต คุณสิงโต
เดินเข้าไปต่อคิวซื้อตั๋วรถไฟจากเคาน์เตอร์เพราะต้องจ่ายเป็นเงินสดด้วยเหตุผลที่ว่าเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติไม่ยอมอ่านบัตรธนาคารไทยที่ใช้อยู่ไม่ว่าจะเป็นบัตรvisaหรือmaster กำลังจะถึงคิวอยู่แล้วมีคนแก่เดินงกๆเงิ่นๆเข้ามาขอแซงคิวแค่จะถามพนักงานขายตั๋วว่าเห็นแว่นตาที่อาจจะลืมไว้ตอนมาซื้อตั๋วเมื่อกี้นี้ไหม ฉันสงสารคนแก่และไม่ได้รีบร้อนอะไรก็เลยพนักหน้าให้แซงคิว จู่ๆหนุ่มที่ยืนข้างหลังก็ตะโกนขึ้นมาโหวกเหวกไม่พอใจ เขาเอื้อมมือมาแต่ไหล่คนแก่แล้วพูดเสียงดังว่าเขารอตั้งนานแล้วมาทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง ทุกคนในเงียบกริบ ฉันเองได้แต่ยืนถอนหายใจ
 
     ค่าโตยสาร22.70ยูโรพาฉันเดินทางจากเมืองEindhoven ผ่านเมือง's-Hertogenbosch เมืองUtrecht เมืองAmstel มาถึงสถานีที่หมาย สถานีสุดท้ายของขบวนรถไฟ สถานีAmsterdam Centraal เดินลากกระเป๋าใบใหญ่น้ำหนักมากข้ามถนนลัดเลาะมาเรื่อยๆ เข้าซอยเล็กซอยน้อยมาไม่ถึงสิบนาทีก็ถึงโฮสเทลที่จองไว้ ที่พักในเมืองAmsterdamแพงมากที่สุดตั้งแต่เคยเจอจากประสบการณ์เดินทางชั่วชีวิต45ประเทศ ลากกระเป๋าขึ้นชั้น4ไม่มีลิฟต์เพราะเป็นตึกเก่าแก่มาถึงห้องรวม6เตียงมีห้องอาบน้ำและห้องสุขาในตัวฉันจ่ายไปถึง5,228บาท เพื่อนร่วมห้องเป็นกลุ่มหนุ่มๆจากอังกฤษถึง4คน หนุ่มๆบอกว่าไม่ต้องห่วงพวกเขาจะออกเที่ยวกันตั้งแต่บ่ายแล้วกลับมาราวๆเที่ยงคืนตีหนึ่งให้ใช้ห้องได้ตามสบาย แต่ตอนกลับมาอาจจะหัวเราะเสียงดังบ้างเพราะจะไปสูบกัญชาและดื่มกัน
 
      กระเป๋าตัง สมบัติมีค่า กล้องถ่ายรูป ถูกยัดใส่กระเป๋าcross body ใส่เสื้อกันหนาวทับอีกทีเพื่อความมั่นใจ เมืองใหญ่ไม่ปลอดภัยเหมือนเมืองเล็ก เดินลัดเลาะไปเรื่อยๆชมความเป็นAmsterdam คลอง จักรยาน บ้านAnne Frank โบสถ์ จัตุรัสดาม มาดามทุชโซ พอเหนื่อยก็แวะซื้อมันฝรั่งทอดกับเครื่องดื่มมานั่งกินตามม้านั่งริมคลอง หายเหนื่อยก็เดินต่อไปเรื่อยๆจนพอใจแล้วก็แวะกดเงินจากตู้ATM บัตรธนาคารม่วงของไทยกดเงินที่นี่เสียค่าธรรมเนียม100บาทก็ถือว่าสมเหตุสมผล 
 
     Amsterdamไม่ได้เปลี่ยนไปมากสักเท่าไหร่เปรียบเทียบกับครั้งสุดท้ายที่มาเมื่อ13ปีก่อน กลิ่นของเมืองยังเป็นกลิ่นเดิมคือกลิ่นของกัญชาที่โชยมาตามลมเป็นระยะๆ เสียงของเมืองยังเป็นเสียงเสียดสีของล้อรถTramกับราง ค่ำคืนในAmsterdamมีลมหนาวที่บาดลึกลงไปในผิวจนคันๆชา กลุ่มคนหนุ่มสาวเดินล้วงกระเป๋าส่งเสียงโหวกเหวกเป็นระยะๆตามระดับของแอลกอฮอล์ในร่างกาย แสงสีอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้Amsterdamเป็นAmsterdam 






























🌷

Say Goodbye to Eindhoven

 April 16th 2023


    บอกลาEindhovenเมืองต้นกำเนิดของPhilips น่ารักมากที่เขาพยายามคงสภาพโรงงานเก่าไว้ท่ามกลางความเจริญที่เพิ่มมากขึ้น ร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ รวมกับบรรยากาศแบบโรงงาน ลงตัวดีชะมัด
Eindhoven เมืองของทีมฟุตบอลPSV เมืองแห่งนวัตกรรมและอุตสาหกรรม
 









 

Eindhoven

 

Eindhoven Day 1
 
     รถมาส่งถึงสถานีRoermondช่วงสายๆ ลากกระเป๋าเข้ามาในสถานีมองหาที่ซื้อตั๋วเนื่องด้วยเป็นสถานีเล็กจึงไม่มีเค้าเตอร์ให้บริการแต่จะเป็นตู้อัตโนมัติซึ่งรับเฉพาะบัตรธนาคารกับเงินเหรียญเท่านั้น พยายามอยู่สองสามครั้งกับบัตรmasterและvisaแต่ไม่ประสบผลสำเร็จก็เลยลากกระเป๋าออกมานอกสถานนีอีกครั้งแล้วเดินไปร้านค้าข้างๆควักเงินธนบัตร50ยูโรออกมาซื้อของนิดหน่อยแล้วขอเงินทอนจากเขาเป็นเงินเหรียญ ค่าตั๋ว13.25ยูโรกับเวลาอีก40กว่านาทีก็พาฉันจากเนเธอร์แลนด์ใต้ใต่ขึ้นมาทางเหนืออีกนิดหน่อย คุณสิงโต เจ้าของสถานที่พักซึ่งเกิดและโตและใช้ชีวิตทั้งชีวิตที่เมืองEindhovenมารับถึงที่สถานีรถไฟแล้วพาไปที่พักติดกับสโมสรฟุตบอลPSV ( Philips Stadion Vereniging ) เป็นสตูดิโอกว้างขวางสวยงามมาก หลังจากเก็บกระเป๋าแล้วก็เป็นเวลาของการท่องเมือง Eindhoven สโมสรและสนามฟุตบอลPSVยิ่งใหญ่อลังการมาก ฉันเคยดูการแข่งขันผ่านทางทีวีมาหลายครั้งพอวันนี้ได้มาเจอของจริงแล้วยืนอยู่ในสนามรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กจิ๋ว นั่งทานอาหารเที่ยงในสโมสรPSVซี่งปรุงโดยเชฟคนเดียวกันกับที่ดูแลอาหารให้นักเตะของทีมแล้วรู้สึกอีกครั้งว่าตัวเองโชคดีชะมัดที่ได้มาสัมผัสเพราะนอกจากสมาชิกแล้วคนนอกไม่สามารถเข้ามาได้ นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องทีมฟุตบอลPSVเหมือนกับAmsterdam เป็นเมืองของAjaxแล้วเมืองEindhovenยังเป็นแหล่งกำเนิดของผลิตภัณฑ์Philipsด้วยก่อนที่Philipsจะย้ายอุตสาหกรรมมาเมืองAmsterdam คุณพ่อของคุณสิงโตเคยทำงานให้กับPhilipsเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ คุณสิงโตพาชมร้านขายผลิตภัณฑ์และชี้ชวนให้ดูบ้านที่รายรอบอยู่ในเมืองว่าบ้านนับร้อยหลังพวกนั้นเคยเป็นที่อยู่ของพนักงานPhilipsมาก่อน ตึกเก่าๆ โรงงานเก่าๆทางเมืองพยายามคงสภาพไว้ให้เหมือนกับอตีต เมืองแห่งอุตสาหกรรม
 
     ก่อนจะกลับเข้าที่พักแวะซื้อของที่ร้านเอเชี่ยน ตามธรรมเนียมปฏิบัติทุกที่ที่ฉันไปฉันจะทำอาหารไทยตอบแทนเจ้าของสถานที่ “ต้มยำกุ้ง” เป็นเมนูที่ถูกเลือกสำหรับครั้งนี้ แวะซื้อของจากซุปเปอร์เพิ่มอีกนิดหน่อยสำหรับอาหารเช้าพรุ่งนี้ กลับมาถึงสตูดิโอชั้นที่9 จัดเรียงกับแกล้มที่ซื้อมาลงจาน แชมเปญขวดแรกถูกเทใส่แก้ว มีเพลงเพราะๆฟัง180องศาวิวเมืองเป็นแบคกราวนด์ วันนี้วันที่13เมษายนเป็นวันพิเศษ เป็นวันที่Suwannee Thai Cooking Class Chiangrai ได้รับรีวิวครบ1,000รีวิว เป็นวันสงกรานต์ และเป็นวันที่ได้พบกับคุณสิงโต เหตุผลมากพอที่จะฉลองและมีความสุขกับช่วงเวลา นั่งดื่ม นั่งคุย ลุกขึ้นโยกย้ายร่างกายไปตามจังหวะของเพลงบ้างตามแต่อารมณ์และปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างจะพาไปตั้งแต่ช่วงบ่ายจนค่ำมืดและท้ายสุดจนวันใหม่มาเยือน คอเริ่มแห้ง เสียงเริ่มหาย ร่างกายเริ่มล้าและแชมเปญขวดที่4ก็หมดลงเกือบตีห้าจึงได้เวลาทิ้งร่างกายลงบนที่นอน
 
     จุดหมายไม่สำคัญเท่ากับเรื่องราวระหว่างทาง
 
บุญบาป โชคชะตาฟ้าลิขิต ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็เจอแต่คนดีๆ รักกุ หลงกุ เพี๊ยงงงง…