Saturday, December 2, 2017

The next chapter


        The next chapter of my life is always more interesting than the last one

       Life goes on no matter what.

       " The Mirror Project"

  






























Wednesday, November 8, 2017

My life


   For most of my life, I have thought of myself as pretty cool.

   The coolest part is I’ve never been afraid to fail.



Tuesday, October 24, 2017

Life like a rainbow


   สุขบ้าง ทุกข์บ้าง มันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต

   รุ้งคงไม่เกิดขึ้นได้ถ้าฝนไม่ตกแล้วแดดไม่ออก

  













Sunday, October 8, 2017

It’s OK


   

      It’s OK to believe in LOVE again

      You do   I do   We all do


     Love when you are ready, not when you are lonely 

     And when you are really in LOVE  don’t let it fall apart again
   
   
                 I  love   ME

  

   



Tuesday, September 26, 2017

Ride the journey


  Take on risks and ride the journey

  Called  life with no regrets

  And I have made it before I die... Nepal










Nepal SEptember 2017 : Day 16



    September 21 Day 16th Katmandu - Bangkok


    อาหารเช้าในร้านกาแฟชื่อดังของ Chaksibari Marg รสชาติอร่อย จนฉันอดจะสั่งหลายๆอย่างไม่ได้ มูสลี่โยเกิร์ตใส่ผลไม้ ขนมปังโฮลวีทแผ่นหนาเสิร์ฟมาพร้อมกับไข่ดาวซันนี่ไซด์อัพ แฮชบราวน์ เนยจากจามรีและแยมโฮมเมด น้ำมะละกอคั้นสดเย็นเฉียบ และกาแฟออแกนิค หิมาลายัน จาวา แมวสลิดตัวอ้วนมานั่งคลอเคลียอยู่ใ ต้โต๊ะ สุดท้ายก็กระโดดขึ้นบนม้านั่งมานอนหลับอยู่ข้างๆ สีลายๆและหน้าตาที่เหมือนจะบึ้งตึงอยู่ตลอดทำให้มันดูน่าขัน ฉันเอื้อมมือไปลูบขนมันเบาๆมันทำท่าพอใจทำเสียงครืดๆออกมา ฝนตกเม็ดหนากว่าเมื่อวานจนทำให้บรรยากาศอึมครึม มองไปข้างนอกเห็นทุกอย่างเป็นเฉดสีเทา


    เสร็จจากอาหารเช้ารีบวิ่งข้ามถนนกลับเข้าห้องพักแล้วอาบน้ำ จัดกระเป๋า ข้าวของที่เพิ่มขึ้นหลายอย่างทำให้ต้องแบ่งส่วนหนึ่งออกใส่กระเป๋าแทรเวลแบ้กที่เตรียมมาเผื่อกรณีฉุกเฉิน นั่งจัดไปก็นั่งขำตัวเองไปเพราะความคิดบ้าๆ ข้าวบาสมาติสามกิโลกรัม เครื่องปรุงเครื่องเทศเนปาล/อินเดียอีกนับสิบๆห่อ หนังสือสูตรอาหารเนปาล เกลือดำ เหลือสีชมพู โน่นนี่นั่นจนกระเป๋าแน่นเอี๊ยดแทบรูดซิปไม่ได้ ในกระเป๋าเป้มีเสื้อผ้าข้าวของที่จำเป็นสำหรับหนึ่งคืนและกล้องถ่ายรูป ในกระเป๋าสะพายมีโทรศัพท์ ไอแพด และเอกสารการเดินทาง เดินลงบันไดจากห้องพักชั้นห้า คิดๆอยู่หลายครั้งว่าอยากจะเอากระเป๋าทุ่มลงมาข้างล่าง

    เช็คเอาท์เรียบร้อยก็เดินข้ามถนนไปหารถแท็กซี่คันที่จอดใกล้อยู่ที่สุด ไม่เล่นเกมส์ ไม่ต่อรองราคาเพราะอยากจะเอาข้าวของทั้งหมดใส่รถและไปถึงสนามบินเร็วๆ โยนกระเป๋าและเป้ไว้เบาะหลังจนเต็มแล้วมานั่งข้างหน้ากับหนุ่มคนขับ หนุ่มฮินดูคนขับรถส่ายหัวดุกดิกยิ้มแป้นที่ฉันมานั่งข้างหน้าด้วย ฉันทักทายและคุยกับเขาเรื่องนั้นนี้ไปเรื่อยๆ เขาพยายามจะจ้องหน้าฉันทุกครั้งที่เขาสามารถละสายตาจากท้องถนนได้ เอาหน้าเขามาชิดหน้าฉันมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ด้วยความที่รถแท็กซี่เป็นรถคันเล็กและฉันตัวสูงทำให้นั่งทอดขาตรงๆไม่ได้ หัวเข่าฉันแอบชิดอยู่กับกระปุกเกียร์ หนุ่มลากเกียร์รถไปหนึ่งสอง หนึ่งสองหลายครั้งทำให้มือของเขาแตะหัวเข่าฉันหลายครั้งอย่างตั้งใจ ฉันทำเฉยๆแต่หันหัวเข่าออกไปทางประตูรถแล้วชวนเขาคุยต่อเรื่องทั่วไป เขาถามฉันว่าแต่งงานรึยัง ฉันตอบว่าไม่แต่งและคงจะไม่แต่งตลอดไป ฉันพอใจชีวิตของฉันแบบนี้ เขาถามขอถึงอายุฉันตอบไปว่าสี่สิบสี่ปี และจู่ๆเขาก็พูดสวนออกมาวรา I like you เคยคิดเล่นๆอยู่หลายครั้งแล้วว่าหนุ่มเนปาลใจง่ายจริงๆ เพราะเวลาสิบกว่าวันที่นี่มี I like อยู่หลายรายแล้ว LIKE ไม่ใช่ LOVE และหนุ่มคนนี้ก็ไม่ได้likeฉันเฉยๆแต่มือหนุ่มมันไปยุกยิกอยู่ที่เป้ากางเกงของตัวเอง ฉันใช้สมองอย่างหนักว่าจะทำยังไงต่อไปดี จะกระโดดลงรถเหมือนในละครทีวีก็กลัวจะเลอะโคลน จะบอกให้จอดแล้วลงไปหาแท็กซี่คันใหม่ก็คงจะหายากแถวนี้ จะนั่งเฉยๆต่อไปก็กลัวหนุ่มจะขยับยุกยิกตรงนั้นหนักกว่าเก่า ก็เลยพูดออกไปว่าฉันอายุสี่สิบสี่นี่คงจะรุ่นเดียวกับแม่เธอนะ เธอรักแม่มั้ย แม่เธอทำกับข้าวอร่อยมั๊ย ถามไปคุยไปเรื่อยๆจนหนุ่มหยุดเกาแล้วตั้งใจขับรถจนถึงสนามบิน แอบคิดในใจขนาดตอนนี้หน้ามีแต่สิวจนพรุนไปหมดเพราะฤทธิ์ของฝุ่น ผมไม่ได้สระมาเป็นอาทิตย์ กางเกงตัวนี้นุ่งมาสามวันละยังไม่วายบิ้วอารมณ์หนุ่มได้อีก เง้อออออ....


    สนามบินตริภูวันยามสายเป็นไปอย่างเอื่อยๆ ผ่านซีเคียวริตี้สองสามด่านถึงจะผ่านเข้าไปข้างในได้ แต่ไม่ว่าจะผ่านกี่ด่านจนถึงบอร์ดดิ้งก็ไม่มีใครว่าเรื่องขวดน้ำดื่มที่เอาเข้าไป ของเหลวคงไม่มีศักยภาพพอที่จะทำระเบิดได้ในเนปาล ดีงามจริงๆมีน้ำดื่มตลอดเวลาที่ต้องการ กระเป๋าสำรองถูกนำไปเช็คและโหลดเข้าใต้ท้องเครื่อง มันหนักเกินไปที่จะหิ้วไปมาและการบินไทยก็ให้โหลดกระเป๋าได้ถึงสามสิบกิโลกรัม เดินตัวปลิวเข้าไปหาประตูขึ้นเครื่องแต่คงเช้าเกินไปเพราะหมายเลขประตูยังไม่ออก สนามบินตริภูวันเป็นสนามบินนานาชาติแห่งเดียวในเนปาล แต่ก็เป็นสนามบินที่เล็กมากๆ ระหว่างที่รอหมายเลขเกทก็นั่งรวมๆกันในห้องโถง ฉันนั่งมองดูนั่นนี่เพลินๆรู้ตัวอีกทีก็มีเสียงทักอยู่ใกล้ๆ May I borrow you cellphone? หันหน้าไปดูเจอพระธิเบตหนุ่มตัวสูงใหญ่ยืนอยู่ข้างฉัน จีวรสีออกแดงห่มแตกต่างจากพระสงฆ์บ้านเรา สะพายย่ามที่ปักคำว่า University.... Tibet อะไรสักอย่าง ที่ชอบที่สุดและคิดว่าเท่ห์ที่สุดคือพระใส่รองเท้าบู้ทTimberland โครตเท่ห์เลย ยื่นโทรศัพท์ให้พระยืมและเห็นแว้บเเว้บว่าพระเองก็ใช้ไอโฟนเจ็ดพลัส นั่นนนได้อีก ระหว่างที่พระยืมใช้โทรศัพท์ก็แอบมองๆท่านและคิดไปถึงหนังที่ แบรด พีท เล่น เรื่องเซเว่นเยียร์สอินธิเบต คิดไปคิดมาอยากไปธิเบต! ได้โทรศัพท์คืนแล้วแต่สายตายังมองตามพระชื่นชมความเท่ห์ของท่าน โน่นท่านไปนั่งอีกฝั่งหนึ่งแต่ยังส่งยิ้มมาให้ นรกจะกินหัวรึเปล่านะที่คิดว่าพระธิเบตนี่เท่ห์และน่าสนใจจริงๆ ตอนหลังท่านเดินผ่านไปซื้อน้ำชาท่านยังมีน้ำใจแวะถามว่าฉันอยากดื่มอะไรมั้ย ชื่นใจจริงๆ


    บอกลาเทือกเขาเอเวอร์เรสผ่านหน้าต่างเครื่องบิน พาสต้าปลา ไวน์ขาวสองอึก น้ำแอปเปิลหลายแก้ว และหนังการ์ตูนอีกสองเรื่อง ทีมงานรักคุณเท่าฟ้าก็พาฉันกลับมาเมืองยิ้ม สนามบินสุวรรณภูมิ ผ่านระบบออโต้พิมพ์นิ้วมือสแกนพาสปอร์ตตรวจคนเข้าเมืองพาตัวเองเข้าประเทศในระยะเวลารวดเร็วทันใจ ฉันขนสัมภาระทั้งหมดมาใส่รถเวียนชัตเติ้ลบัสต่อไปสนามบินดอนเมือง นะหว่างทางฝนตกหนักไม่ขาดเม็ดตลอดเวลากว่าชั่วโมงบนรถบัส ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่าครบรส แต่ก็น่าแปลกที่พอเข้าเขตดอนเมืองก็เริ่มซาและหยุดหายไป กระเป๋าสำรองถูกฝากไว้ที่เคาน์เตอร์รับฝากของในสนามบิน ฉันเดินตัวปลิวข้ามสะพานอมารีแล้วลงมาถนนใหญ่ เดินเลาะถนนไปเรื่อยๆเกือบสิบนาทีแล้วเลี้ยวขวาก็ถึงโฮสเทลเล็กๆที่จองไว้ ห้องดอมแปดเตียงที่มีแต่ฉันกับสาวชาวฝรั่งเศสอีกคนพักอาศัยมันดีพอแล้วสำหรับคืนนี้


---- คนที่ก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ ไม่ได้หมายความว่าเขาหลงทาง----
















Nepal September 2017 : Day 15



     September 20th Day 15 : Thamel - Gaushala


    ฝนตกปรอยๆเมื่อฉันก้าวออกจากที่พัก ดึงฮู้ดเสื้อขึ้นคลุมศีรษะแล้วก้าวยาวๆผ่านร้านรวงที่กำลังจะเปิด แวะร้านกาแฟตรงหัวมุมถนนสั่งกาแฟร้อนใส่ถ้วยกระดาษแล้วเดินถือไป หนุ่มร้านกาแฟเจ้าประจำเห็นฉันเดินผ่านและถือถ้วยกาแฟจากร้านอื่นก็ทำหน้าขำๆใส่ "กาแฟอร่อยมั้ย เบื่อเนสกาแฟของฉันแล้วสินะ" เขาเย้า ฉันเดินไปหาเขายิ้มๆใส่แล้วคุยกันต่อเรื่องนั้นเรื่องนี้ก่อนจะเดินไปหาแท็กซี่ ฝนตกฉันขี้เกียจเดินไปป้ายรถเมล์บวกกับคำนวณค่าใช้จ่ายแล้วว่าคงไหว แท็กซี่สภาพเก่าที่ไม่น่าจะวิ่งได้พาฉันมุ่งหน้าไปวัดฮินดู วัดPashupatinath วัดที่ไม่ได้อยู่ในโปรแกรมที่มีอยู่ ที่จริงวัดนี้อยู่ไม่ไกลจากBoudhanathที่ไปมาเมื่อวานนี้ เดินหากันได้ แต่ก็ไม่ได้นึกถึงและนึกที่จะไป รถแท็กซี่จอดส่งแค่ถนนใหญ่จึงต้องเดินต่อไปเรื่อยๆตามทางเล็กๆ ตามรายทางมีผู้คนขายดอกไม้บูชา เครื่องรางต่างๆ ผงซินดูว์สำหรับเจิมหน้าผากสีเข้มบ้างอ่อนบ้างต่างกันไป ร้านรายทางมีเยอะมากร้านติดร้านจนฉันแอบสงสัยไม่ได้ว่าเขาได้ขายกันทุกร้านไหม ผ่านเข้าเขตวัดมีฝูงนกพิราบหลายร้อยตัวกำลังจิกกินอาหารที่ผู้คนโปรยให้ พอคนโปรยอาหารทีนกก็บินฮือตามอาหารทีจนฉันต้องรีบปิดจมูกปิดปากวิ่งผ่านเขตนั้นเพราะทั้งฝุ่นทั้งขนนกปลิวว่อนทั้งบริเวณ เดินไปจนถึงจุดซื้อตั๋วเหตุการณ์ปรกติก็เกิดขึ้น หนุ่มตาคมตามประกบอาสาจะเป็นไกด์ให้และราคาไม่แพง ฉันบอกปฏิเสธไปเพราะหนึ่งไม่มีตังจ่าย สองอยากจะใช้เวลาอยู่คนเดียว

    จ่ายค่าค่าตั๋วหนึ่งพันรูปีแล้วก็เดินดูจุดต่างๆของวัด มีหลายจุดที่เขาไม่ให้คนนอกศาสนาเข้าก็ได้แต่แอบสงสัยว่าข้างในจะเป็นอย่างไร บริเวณวัดลึกลับวนเวียนเหมือนเขาวงกต เดินเกือบครึ่งชั่วโมงก็ยังหาทางออกไม่ได้ก็เลยตัดสินใจเดินขึ้นไปบนเขาด้านหลัง มองลงมาเห็นแม่น้ำBagmati สะพาน จดจำทิศทางไว้แล้วลงมาเดินาทางออกจนเจอ เสียงสวดมนต์ดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อเดินใกล้ถึงแม่น้ำ หนุ่มตาคมอีกคนตามเข้ามาประกบแล้วชวนคุยและชี้ทางเดิน เขาเดินพาฉันขึ้นไปทางด้านหลังกำแพงใหญ่ ใกล้แม่น้ำแล้วชี้มือลงไปริมแม่น้ำข้างล่างห่างจากจุดที่ยืนไม่กี่เมตร กองฟืนสลับกับกองฟางวางสุมไว้ด้านบนสุดทับไว้ด้วยผ้าสีเหลืองลายฮินดู ศพพันด้วยผ้าสีเหลืองเปิดแค่บริเวณใบหน้าถูกวางไว้ข้างบน คิ้วเข้มของศพตัดกับผิวซีดขาวมันคงจะอยู่ในความทรงจำฉันไปอีกนาน ยกมือไหว้ศพแล้วเดินออกมาจากจุดนั้นพร้อมกับบอกลาหนุ่มตาคม 

   เดินข้ามสะพานไปอีกฝั่งหนึ่งที่เป็นฝั่งพิธีกรรม ลัดเลาะริมฝั่งไปเรื่อยๆจนถึงจุดสูงสุดแล้วนั่งลงกับพื้น ฉันอยู่ฝั่งพิธีกรรมและฝั่งตรงข้ามก็คือฝั่งเผาศพ ทิศเหนือสะพานเป็นจุดชำระล้างทำความสะอาจครั้งสุดท้าย ศพจะถูกหามลงมาจากฝั่งจนเท้าศพแตะน้ำจากแม่น้ำBagmatiแม่น้ำศักดิ์สิทธ์แล้วทิ้งไว้สิบกว่านาที ระหวางนั้นก็จะมีการสวดมนต์ จุดธูป จุดเทียน จากนั้นศพก็จะถูกหามไปทิศใต้สะพานเพื่อทำการเผา ศพต่อไปก็ถูกลำเลียงมาทำพิธีอาบน้ำต่อไป เสร็จพิธีก็เคลื่อนไปเผา ศพแล้วศพเล่า ศพแล้วศพเล่า เสียงพิธีเคลื่อนศพจากท่าน้ำไปเชิงตะกอน เสียงร่ำไห้ของญาติ เสียงระฆัง เสียงฟืนแตก กลิ่นรูป กลิ่นไหม้ของเนื้อหนังมนุษย์ ควันไฟที่ลอยขึ้นมากองแล้วกองเล่า ฉันไม่รู้ตัวว่าเริ่มร้องไห้ตอนไหนรู้แต่ว่ามันเป็นการร้องไห้ที่หนักหน่วงที่สุด ก้อนแข็งจุกอยู่ที่บริเวณคอหอย น้ำตาไหลพรากไม่ยอมหยุดนับชั่วโมง ความเครียด ความเหนื่อย ความโกรธ ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานานละลายหายไปกับน้ำตา ฉันนั่งอยู่ตรงนั้น บนเนินหินสูง ปลดปล่อยอารมณ์ให้ไหลไปกับสายน้ำBagmati นั่งมองเห็นสัจธรรมใกล้แค่มือเอื้อม สัจธรรมที่รู้มานานแล้วแต่พยายามจะเลี่ยงไม่นึกถึง สัจธรรมที่เคยเห็นมาแล้วที่ใกล้แม่น้ำคงคาที่เมืองพาราณสีปีก่อนแต่มันไม่ได้ปลดปล่อยอีโมชั่นของฉันมากมายขนาดนี้ วันนี้ทั้งวันถ้าฉันนึกถึงไปถึงภาพริมแม่น้ำBagmatiตาฉันก็ยังอุ่นๆอยู่


    ใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่ที่วัดPashupatinath ถ่ายรูปBabaหลายท่านที่นั่งนอนอยู่เป็นจุดๆในบริเวณวัด Babaเนปาลไม่แต่งตัวแต่งหน้าและไว้ผมหลุดโลกเหมือนBabaที่อินเดีย พวกเขาก็สงบกว่า และไม่เรียกร้องอะไร ฉันถ่ายรูปเสร็จก็ส่งเงินให้ทุกท่านคนละเล็กละน้อย พวกเขาสนใจฉัน พยายามคุยถามว่ามาจากไหน มากี่คน มากี่วัน เด็กๆเนปาลมายืนมุงดูฉันคุยกับBabaแล้วหัวเราะกันคิกคัก เดินออกจากวัดมาเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งไปห้างสรรพสินค้า ปลอบใจตัวเองด้วยเนปาลอีกหนึ่งเรื่อง เรื่องนี้สนุกมีเต้นกันกระจาย ฉากรัก ฉากบู๊ ฉากเศร้า ครบรส การดูหนังของโรงนี้แบ่งออกเป็นสองช่วงคือดูครึ่งหนึ่งแล้วพักสิบนาทีแล้วดูต่อครึ่งที่เหลือ กรอนจะกลับที่พักแวะซื้อเครื่องเทศและเครื่องปรุงหลายอย่าง รวมไปถึงข้าวบาสมาติอีกสองสามถุง กลับไปเชียงรายจะลองทำอาหารเนปาลดู คงสนุก


    ปิดท้ายเย็นนี้ด้วยอาหารธิเบต กินเสร็จแล้วก็ไม่แน่ใจว่าอร่อยหรือเปล่าเพราะไม่เคยกินอาหารธิเบตมาก่อนนอกจากMomo สั่งอาหารมาเป็นชุดเพราะอยากจะลองหลายๆอย่าง มีข้าวสวย ----- ชื่อจะมาเขียนทีหลัง ขี้เกียจหา----- สั่งButter tea มาชิมหนึ่งถ้วย ชาที่ชงกับไขมันของจามรีแล้วใส่เกลือไปหน่อย จิบชิมแล้วก็ไม่แน่ใจว่าอร่อยไหม แต่ที่รู่สึกแต่ๆคือดื่ม/กินอาหารเย็นแล้วรู้สึกว่าร้อนมาก คงเป็นเพราะในอาหารมีปริมาณไขมันสูงทำให้ร่างกายอบอุ่น ทำให้พวกเขาสู้กับอากาศหนาวได้ 



           ฉันร้องไห้ ฉันหัวเราะ
          โลกกว้าง ทางไกล

          สุดท้าย... ฉันก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง